วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ฟุตบอลโลก 2014 : “อายุปรับบอลโลก” กาน่าหนุ่มสุด-ฟ้าขาวแก่สุด


“อายุเฉลี่ยบอลโลก”
ทีมชาติทั้งหมด 32 ทีมได้ส่งรายชื่อนักเตะ 23 คนสุดท้ายสำหรับลุยศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลเรียบร้อยแล้ว

กาน่ามีอายุเฉลี่ยเพียง 25.44 ปีและนับเป็นสถิติค่ากลางนักเตะอายุน้อยที่สุดติดต่อกัน 2 ทัวร์นาเม้นต์ พวกเขาผ่านเข้ารอบก่อนรับชนะเลิศเมื่อ 4 ปีที่แล้วที่แอฟริกาใต้ทำให้คเวชี่ อัปเปียห์เทรนเนอร์ไม่ลังเลที่จะไว้วางใจในตัวดาวรุ่งต่อไป หลังพวกเขาหวังทำผลงานให้ดีขึ้นในครั้งนี้ มิชาเอล เอสเซียงจากเชลซีเป็นนักเตะที่มีอายุมากที่สุดของพวกเขาด้วยวัย 31 ปีและเป็นนักเตะภายในทีมเพียงคนเดียวที่อายุเกิน 29 ปีขณะที่ราชิด ซูไมล่าเป็นตัวแทนที่อายุน้อยที่สุดด้วยวัย 21 ปี ในศึกบอลโลก ครั้งนี้ด้วย
ในทางตรงกันกระโดดอาร์เจนติน่าคือทีมที่มีอายุเฉลี่ยมากที่สุด 28.9 ปีเหนือกว่าฮอนดูรัส, อุรุกวัยและโปรตุเกสเพียงเล็กน้อย มาร์กอส โรโฮวัย 24 ปีคือนักเตะอายุน้อยที่สุดและในทีมมีนักเตะอายุ 30 ปีขึ้นไปมากถึง 8 ราย

ฟาบริซ โอลินก้าของแคเมอรูนในวัย 18 ปี เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดจากทั้งหมด 736 คนของการแข่งขัน เขาเกิดในเดือนพฤษภาคมปี 1996 และอายุน้อยกว่าลุค ชอว์ของทีมชาติอังกฤษเพียง 10 เดือนเท่านั้น ขณะที่อีกด้านหนึ่งฟาริด มอนดรากอนของทีมชาติโคลอมเบียเป็นนักเตะที่มีอายุมากที่สุดในทัวร์นาเม้นต์ โดยอายุจะเข้าหลัก 43 ปีเพียง 2 วันหลังจากที่ทีมของเขาลงเล่นเกมที่ 2

หลังจากมีดาวรุ่งเป็นหน้าเป็นตาขึ้นมามากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และถูกพูดถึงอย่างมากมายในพรีเมียร์ลีก ทำให้หลายคนทำนายว่าทีมชาติเบลเยี่ยมจะเป็นทีมคนหนุ่มที่สุดประจำซัมเมอร์นี้ แต่หลังจากโคเอน คาสตีลส์ได้รับบาดเจ็บและถูกแทนที่ด้วยแซมมี่ บอสซุทที่อายุมากกว่า 7 ปีทำให้อายุเฉลี่ยของพวกเขาสูงขึ้นตกลงมาเป็นเพียงอันดับที่ 2 ที่ 25.66 ปี

เจ้าภาพบราซิลมีองค์ประกอบระหว่างนักเตะหนุ่มและนักเตะมีอายุหลังหลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ใส่นักเตะอายุ 30 ปีขึ้นเข้ามา 8 ราย ขณะที่นักเตะหนุ่มอย่างเบอร์นาร์ด(21 ปี), เนย์มาร์และออสการ์(22 ปี)ก็ดึงค่าเฉลี่ยลงมาอยู่ที่ 28.35

อังกฤษเป็นทีมที่มีอายุเฉลี่ยสูงสุดเมื่อบอลโลกปี 2010 แต่การก้าวขึ้นมาของดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างลุค ชอว์, รอสส์ บาร์คลี่ย์, ราฮีม สเตอร์ลิ่งและอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลนทำให้เขาทั้งหลายมีนักเตะอายุไม่เกิน 21 ปีอยู่ 5 ราย ส่วนแฟร้งค์ แลมพาร์ดและสตีเฟ่น เจอราร์ดวัย 35 และ 34 ปีตามลำดับก็เพิ่มประสบการณ์ในตำแหน่งแข้งซีเนียร์ของทีมชุดนี้

บอสเนีย เฮอร์เซโกวิน่าที่มาเล่นตารางบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกอยู่ในช่วงใจกลางของกราฟด้วยอายุเฉลี่ย 27.05 ปี นักเตะส่วนใหญ่ของพวกเขาอยู่ในช่วงอายุ 20 ปลายๆโดยมีเอเมียร์ สปาฮิชกองหลังวัย 33 ปีจากเลเวอร์คูเซ่นเป็นนักเตะอายุเยอะที่สุด




รอบโลก ได้ที่นี่


วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอล : โคลเซ่เจ๋ง!ตบสถิติดาวยิงชั่วฟ้าดินสลายอินทรีเหล็กเรียบร้อย


โคลเซ่เจ๋ง!ทุบสถิติดาวยิงตลอดกาลอินทรีเหล็กเรียบร้อย
ฟุตบอล : แก่แต่เก๋า! โคลเซ่ ขึ้นทำเนียบเบอร์หนึ่งดาวยิงตลอดกาลของ อินทรีเหล็ก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่ส่วนแบ่ง 69 ลูก แซงหน้า มุลเลอร์ อดีตตำนานดาวยิงที่ทำไว้ 40 ปีก่อน

มิโรสลาฟ โคลเซ่ ศูนย์หน้าจอมเก๋าของ ลาซิโอ แห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติเยอรมันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเจ้าตัวยิงได้หนึ่งช่องในเกมอุ่นเครื่องที่เอาชนะ อาร์เมเนีย 6-1 เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เลื่อนขึ้นไปเป็นสกอร์ 69 ประตู แซงหน้า แกร์ด มุลเลอร์ ตำนานรุ่นก่อนที่ทำไว้เมื่อช่วงปี 1966-74 ได้สำเร็จ

หัวหอกวัย 35 ปี กล่าวว่า แน่นอน สถิตินี้มันใบประกาศถึงตัวผม แต่สิ่งที่เหนือกว่านั้นสำหรับผมคือการที่ผมฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง เผ้าผมไม่ได้ลงสนามในเกมที่พบกับ แคเมอรูน ตอนนี้ผมกลับมาแล้ว และขาของผมมันแสดงให้เห็นว่ามันยังไหว ผมเดาว่าเป็นอย่างนั้น

นอกจากนั้นแล้ว ในศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลช่วงวันที่ 12 มิ.ย.ถึง 13 ก.ค.นี้ โคลเซ่ ยังได้ลุ้นที่จะทำลายสถิติอีกหนึ่งอย่างคือผู้ทำประตูสูงที่สุดใน เวิลด์ คัพ โดยปัจจุบันเจ้าตัวทำไว้ที่ 14 ประตู ส่วนเจ้าของสถิติตอนนี้เป็น โรนัลโด้ ประวัติศาสตร์ดาวยิงชาวบราซิเลียน ทำไว้ที่ 15 ประตูด้วยกัน


รอบโลก ได้ที่นี่


วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอล : ปูด!ตีโต้เห่เมสซี่ก่อนตาย


ปูด!ตีโต้กล่อมเมสซี่ก่อนตาย
ฟูตบอล : ลิโอเนลเม สฟซี่
สื่อระบุ ตีโต้ คือคนที่กล่อม เมสซี่ ให้เปลี่ยนใจอยู่ บาร์ซ่า ต่อไปได้สำเร็จก่อนที่ตัวเองจะอำลาโลกทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ดาวเตะเลือด ฟ้า-ขาว ตัดสินใจไปอย่างเด็ดขาดแล้วว่าจะหาสังกัดใหม่แน่นอน

ดราม่ายิ่งกว่าละคร! มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อดังแห่งแดน กระทิงดุ ตีข่าวแฉกล่าวอ้างถึงช่วงเวลาก่อนที่ ตีโต้ บีลาโนบา อดีตเทรนเนอร์หนุ่มของ บาร์เซโล น่า จะหมดลมหายใจ โดยระบุว่าที่ปรึกษารายนี้ คือบุคคลที่กล่อม ลิโอเนล เมสซี่ หัวหอกจอมถล่มประตู ให้อยู่ค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ต่อไป ซึ่งเกิดขึ้นเพรงที่เจ้าตัวจะเสียชีวิตเพียงแค่ประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น

รายงานดังกล่าวระบุว่า เมสซี่ มีอาการเครียดและแห้วอย่างมากหลังจบเกมที่ทัพ เจ้าบุญทุ่ม ถูก เรอัล มาดริด เขี่ยตกรอบรองชนะเลิศ โกปา เดล เรย์ เมื่อช่วงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากเจ้าตัวถูกแฟนบอลและสื่อวิพากษ์วิจารณ์อย่างบ้าคลั่งเรื่องฟอร์มการเล่น ก่อนที่จะตัดสินใจ อย่างเด็ดขาดว่าไม่ต้องการที่จะอยู่กับ บาร์เซโลน่า อีกต่อไป

หลังจากนั้น เมสซี่ ก็เลือกที่จะพูดเปิดอกเรื่องนี้กับ ตีโต้ แบบหมดเปลือก ซึ่งตัวของ ตีโต้ เองก็ยินยอมให้เข้าพบที่โรงพยาบาลแต่โดยดี ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยตั้งกฏไม่อนุญาตให้นักเตะคน ไหนของ อาซูลกราน่า เข้าเยี่ยมอย่างเด็ดขาดก็ตาม ซึ่งตลอดการพูดคุยกัน 2 ช.ม. ตีโต้ ก็ได้แนะนำให้ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินา อยู่ค้าแข้งกับทีมต่อ โดยย้ำว่าไม่มีสโมสรไหนที่จะเหมาะสมกับชีวิตของ เมสซี่ ไปมากกว่า บาร์เซโลน่า อีกแล้ว ก่อนที่สุดท้ายแล้ว เมสซี่ จะล้มร้างลาความตั้งใจเรื่องการย้ายทีมในที่สุด


รอบโลก ได้ที่นี่


วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอล : เบลเยียมตัดตัว23แข้งลุยบอลโลกในศักราชนี้


เบลเยียมตัดตัว23แข้งลุยบอลโลก

วิเคราะห์บอล : เบลเยียม กางโผ 23 ผู้เล่นชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก 2014 ตัดนายทวาร คูน คาสทีลส์ ออกจากทีมเหตุเพราะไม่ฟิต แต่พวกตัวเต็งอย่าง อาซาร์, ลูกากู และ ก็องปานี ไม่พลาด
มาร์ค วิลม็อตส์ กุนซือทีมชาติเบลเยียม โฆษิตรายชื่อ 23 ผู้เล่นชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้ายที่ประเทศบราซิล เรียบร้อยแล้ว โดยนักเตะเพียงคนเดียวที่ถูกตัดชื่อออกจากทีมคือ คูน คาสทีลส์ ผู้รักษาประตูของ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ซึ่งมีอาการบาดเจ็บติดตัวมาตั้งแต่ช่วงท้ายฤดูกาล สุดท้ายเขาก็ไม่ผ่านความฟิตของกาย และต้องเดินทางออกจากแคมป์เก็บตัวในทันที
อย่างไรก็ตามบรรดานักเตะชื่อดังนั้นพากันติดทีมอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็น ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูจาก แอตเลติโก มาดริด, แวงซองต์ ก็องปานี ปราการหลังกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เอแด็น อาซาร์ และ โรเมลู ลูกากู สองนักเตะเกมรุกของ เชลซี

รายชื่อ 23 นักเตะทีมชาติเบลเยียม ชุดทำศึกฟุตบอลโลก 2014 มีดังนี้

ผู้รักษาประตู : แซมมี่ บอสซุต (ซุลเต้ วาเรเกม), ติโบต์ กูร์กตัวส์ (แอตเลติโก มาดริด / สเปน), ซิมง มิโญเล่ต์ (ลิเวอร์พูล / อังกฤษ)

กองหลัง : โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ (แอตเลติโก มาดริด / สเปน), โลร็องต์ ซิม่า (สตองดาร์ ลีแอช), แว็งซองต์ ก็องปานี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ / อังกฤษ), นิโคลัส ลอมบาร์ทส์ (เซนิต / รัสเซีย), แดเนียล ฟาน บุยเต็น (บาเยิร์น มิวนิค / เยอรมัน), แอนโทนี่ ฟานเดน บอร์เร่ (อันเดอร์เลทช์), โทมัส แฟร์มาเล่น (อาร์เซนอล / อังกฤษ), แยน แฟร์ทองเก้น (ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ / อังกฤษ)

กองกลาง : เควิน เดอ บรอยน์ (โวล์ฟสบวร์ก / เยอรมัน), นาเซอร์ ชาดลี่ (ท็อตน่ม ฮ็อตสเปอร์ / อังกฤษ), สตีเฟ่น เดฟูร์ (ปอร์โต้ / โปรตุเกส), มุสซ่า เดมเบเล่ (ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ / อังกฤษ), มารูยาน เฟลไลนี่ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด / อังกฤษ), เอแด็น อาซาร์ (เชลซี / อังกฤษ), อั๊ดนาน ยานาไซ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด / อังกฤษ), ดรีส์ เมอร์เท่นส์ (นาโปลี / อิตาลี), เควิน มิรัลลาส (เอฟเวอร์ตัน / อังกฤษ), อักเซล วิตเซล (เซนิต / รัสเซีย)

กองหน้า : โรเมลู ลูกากู (เชลซี / อังกฤษ), ดิว็อค โอริกี้ (ลีลล์ / ฝรั่งเศส)
ทั้งนี้ เบลเยียม จับสลากอยู่ในกลุ่มเอช ร่วมกับแอลจีเรีย, เกาหลีใต้ และ เมืองรัสเซีย โดยเกมแรกนั้น เบลเยียม จะพบกับ แอลจีเรีย ที่สนามเอสตาดิโอ มิไนเรา เมืองเบโล ฮอริซอนชี วันที่ 17 มิถุนายน


รอบโลก ได้ที่นี่

วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ฟุตบอล : 10 ตัวเก็ง ดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2014 นี้

10

ฟุตบอลโลกแต่ละครั้ง สิ่งที่หลายคนห่วงใย นอกจาก ตำแหน่งแชมป์ แล้วก็คง จะหนีไม่พ้น ดาวซัลโว ประจำทัวร์นาเมนต์ ที่ก็ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติเช่นเดียวกัน

รางวัล ดาวซัลโว นั้นคนที่ได้ไม่ใช่ตัวเต็งเสมอไป ก็เพราะว่าบางครั้งคนที่ได้รางวัลนี้ ก็จะเป็นพวกม้ามืด ที่เหนือความคาดหมาย อย่างครั้งล่าสุด ใครจะไปคิดว่า คนที่เริ่มทัวร์นาเมนต์ ในฐานะตัวสำรอง อย่าง โธมัส มุลเลอร์ จะจบเวิลด์คัพ 2010 ด้วยการคว้ารองเท้าทองคำมาครองได้

วันนี้ เราจะไปดู บรรดานักเตะที่สื่อต่างประเทศมองว่า จะเป็นดาวซัลโวฟุตบอลโลก ครั้งนี้กันครับ


1. ลิโอเนล เมสซี่ (อาร์เจนติน่า-บาร์เซโลน่า)

data-mce-src=http://pe1.isanook.com/ns/0/ud/320/1600273/messi.jpg


ในฤดูกาลที่ผ่านมา แม้ว่า เมสซี่ จะฟอร์มตกไป แต่ก็ยังอุตส่าห์ยิงไปถึง 41 ประตู ซึ่งแม้ว่าช่วงท้ายอาจจะมีฟอร์มฝืด จนส่งผลให้ บาร์เซโลน่า ชวดแชมป์ ลีก แต่ ก็เหมือนกับว่า ใจของเขาลอยมายังฟุตบอลโลก ที่ บราซิล มากกว่า
เมสซี่ นั้นมักจะมีปัญหากับการเล่นฟุตบอลโลก โดย ในฟุตบอลโลกคราวที่แล้ว เขาก็เป็นตัวเต็งดาวซัลโวแบบนี้แหละ ก่อนที่สุดท้าย อาร์เจนติน่า จะต้องตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ด้วยการพ่ายให้กับ เยอรมัน แบบหมดรูป และโดยตัวเขายิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว

แต่ถ้าหากพูดถึง สถิติการถล่มประตู ในนามทีมชาติช่วงสองปีหลัง นั้นต้องบอกว่าสุดยอด ยิงไป 18 ประตู จากการลงสนาม 16 นัดหลังสุด ยิ่งเมื่อดูจากคู่แข่งในรอบแรกอย่าง อิหร่าน ,บอสเนีย และ ไนจีเรีย ก็มีโอกาสสูงที่ ตัวของ เมสซี่ จะผลิตสกอร์ได้เป็นกอบเป็นกำเช่นเดียวกัน

2. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส-เรอัล มาดริด)

data-mce-src=http://pe1.isanook.com/ns/0/ud/320/1600273/ron.jpg


ปีนี้ จัดได้ว่าเป็นปีทองของ CR7 เลยก็ว่าได้ ที่ทั้งยิงไป 51 ประตู คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คว้าแชมป์ โกปา เดลเรย์ รวมถึง ทำสถิติ ยิงประตู ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก สูงสุดถึง 17 ประตู ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้ เขาคือหนึ่งในตัวเต็งดาวซัลโวของฟุตบอลโลกคราวนี้

แต่แม้จะเก่งขนาดไหน ปัญหาใหญ่ ของเขาก็คือการที่ ทีมชาติโปรตุเกส ศักยภาพ ยังไม่พร้อมกับการขึ้นเป็นแชมป์โลก ทำให้ ภาระหนักมันขึ้นอยู่กับเขาคนเดียว และที่สำคัญ การที่ โปรตุเกส ถูกจับให้อยู่กลุ่มเดียวกับ ทีมแกร่งอย่างเยอรมัน ตั้งแต่รอบแรก นั้น ทำให้ ถือเป็นงานหนักพอควร สำหรับ โรนัลโด้ ที่จะได้ดาวซัลโวในคราวนี้

3. เนย์มาร์ (บราซิล-บาร์เซโลน่า)

data-mce-src=http://pe1.isanook.com/ns/0/ud/320/1600273/ney.jpg


แม้ว่า ในบาร์เซโลน่า เขาดูจะโดน เมสซี่ กลบรัศมี แต่สำหรับในทีมชาติบราซิล เนย์มาร์ คือทุกสิ่งทุกอย่าง และยามเล่นในสีเสื้อของ เซเลเซา เขาเหมือนจะกลายเป็นคนละคน กับตอนเล่นที่สโมสร เรียกได้ว่า ถ้าคัดเฉพาะฟอร์มทีมชาติ เนย์มาร์ ถือเป็นระดับตัวท็อปเลยก็ว่าได้

เนย์มาร์ ถูกมองว่ามีโอกาสสูงที่จะคว้าดาวซัลโวในคราวนี้ จากการที่บราซิล เป็นเจ้าภาพ ทำให้พวกเขาค่อนข้างได้เปรียบคู่แข่ง ยิ่งเมื่อเจอกับทีมที่เป็นรอง ที่สำคัญ ประตูในช่วงหลังที่ บราซิล ทำได้ ก็มักจะมาจาก เนย์มาร์ นี่เอง ดังนั้น มีหนทางสูงที่เขาจะทำประตูเป็นว่าเล่นในเวิลด์ คัพครั้งนี้

ปัญหาก็คือ การแข่งขันในรอบน็อกเอาต์ ที่บราซิล ต้องเจองานหนักตั้งแต่รอบที่สอง เพราะดูแล้ว คู่แข่ง น่าจะไม่เป็นสเปน ก็ ฮอลแลนด์ แต่ถ้าหากพวกเขาไปได้ไกลในเวิลด์ คัพ ครั้งนี้ เนย์มาร์ ก็มีโอกาสสูงที่จะพ่วงรางวัลรองเท้าทองคำ เข้าสู่โปรไฟล์ของตัวเอง

4. หลุยส์ ซัวเรซ (อุรุกวัย-ลิเวอร์พูล)

data-mce-src=http://pe1.isanook.com/ns/0/ud/320/1600273/ls.jpg


ในฤดูกาลที่ผ่านมา เรียกได้ว่า เป็นชันษาที่ดีที่สุดของ ซัวเรซ ในสีเสื้อของ ลิเวอร์พูล เลยก็ว่าได้ เมื่อเขายิงประตูเป็นว่าเล่น จนคว้ารางวัลรองเท้าทองคำยุโรป ร่วมกับ โรนัลโด้ หลังยิงในลีก ไป 31 ประตู ช่วยให้ทีม หงส์แดง เป็นรองแชมป์ ลีก
ซัวเรซ คือหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกของยุคนี้ เลยก็ว่าได้ เขาครบเครื่องทุกอย่าง ทั้งความเร็ว , การไปกับบอล และ การจบสกอร์ที่เฉียบคม แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือ เรื่องของอาการบาดเจ็บ ที่อาจทำให้เขาหายไม่ทันในการเล่นนัดแรกกับ คอสตาริก้า ซึ่งน่าจะเป็นเกมที่มีโอกาสดีที่จะเมคประตูของ คิงหลุยส์

แม้จะเจ็บ แต่ถ้าดูจากฟอร์มในซีซั่นนี้ ก็คงมองข้าม คิงหลุยส์ จากตำแหน่งดาวซัลโว ไม่ได้อย่างแน่นอน

5. เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน (อุรุกวัย-แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

data-mce-src=http://pe1.isanook.com/ns/0/ud/320/1600273/kun.jpg


ปีนี้เป็นปีที่ เอล กุน มีปัญหาบาดเจ็บออด ๆ แอด ๆ เล่นงานอยู่บ่อยครั้ง แต่ยามได้ลงสนามเขาก็ยังคงความเฉียบคมในการทำประตูไม่เสื่อมคลาย ยิ่งเมื่ออยู่กับทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่มีสตาร์ในแนวรุกมากมาย ก็ยิ่งเพิ่งโอกาสการทำประตูให้กับเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

อย่างไรก็ตาม ปริศนาของกุน นอกจากในเรื่องของอาการบาดเจ็บ ที่ยังคงเอาแน่นเอานอนอะไรไม่ได้แล้ว บางทีจำนวนประตู ที่เขาควรทำได้ อาจจะถูกแบ่งไปยังสตาร์เกมรุกรายอื่น ๆ โดยเฉพาะ เมสซี่ นั่นเอง

6. เฟรด (ฟลูมิเนนเซ่-บราซิล)

data-mce-src=http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/320/1601873/fred.jpg

ชื่อชั้นของเขา มีแค่คนร้องยี้ แต่ถ้าไปดูจริง ๆ เฟรด ก็ถือเป็นนักฟุตบอลที่เกิดมาเพื่อทำประตูโดยแท้ เขาอาจจะไม่เด่นในเรื่องของความเร็ว แต่ว่าเขาก็มีทีเด็ดในการจบสกอร์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เขากลายเป็นกองหน้าตัวจริงของทีมชาติบราซิลชุดนี้ แม้ว่าจะโดนหลายฝ่ายวิจารณ์ก็ตาม

เราอาจจะคุ้นชื่อเฟรด ครั้งสุดท้ายคือตอนที่เขาอยู่กับ โอลิมปิก ลียง แต่หลังจากที่ย้ายกลับมาที่บราซิล กับ ฟลุมิเนนเซ่ เขาก็ยิงประตูเป็นว่าเล่น ขั้นต่ำปีละ 30 ลูก จนกลายเป็นกองหน้าตัวจริงทีมชาติบราซิล ยิ่งถ้าหากเวลาคู่แข่ง เทไปประกบสตาร์ประจำทีมอย่างเนย์มาร์ ตัวของ เฟรด ก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะเบิกสกอร์ได้เช่นกัน

7.โรเมลู ลูกากู (เชลซี-เบลเยี่ยม)

data-mce-src=http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/320/1601873/rl.jpg

เบลเยี่ยม คือหนึ่งในทีมที่คาดว่าน่าจับตามองที่สุดในบอลโลกครั้งนี้ ด้วยสตาร์วัยรุ่นฝีเท้าจัดจ้านอยู่เต็มทีม โดยเฉพาะในแผงมิดฟิลด์ ที่นำโดย ตัวเปิดป้อนชั้นยอดอย่าง เอแด็น อาซาร์ , เควิน เดอ บรุยน์ หรือจะเป็น เควิน มิรัลลาส มันก็น่าจะเอื้อให้กับ โรเมลู ลูกากู ดาวยิงประจำทีมไม่ใช่น้อย

ลูกากู มักจะมีผลงานที่ดีเสมอยามลงสนามให้กับทีมชาติ ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน แข็งแกร่ง และมีความเร็ว ทำให้ เขาถูกจับตามองว่า ในทัวร์นาเมนต์นี้จะเป็นปีแจ้งเกิดของเขาอย่างแน่นอน


8. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด-ฮอลแลนด์)

data-mce-src=http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/320/1601873/rvp.jpg
แม้ว่าจะเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติ แต่ยามที่ลงเล่นในรอบสุดท้ายของ รายการใหญ่ อาร์วีพี มักจะฟอร์มดับอยู่เป็นประจำ อย่างในยูโร 2012 ก็เล่นไม่ออกจนต้องตกรอบแรก

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งกุนซือ ที่ หลุยส์ ฟาน กัล เข้ามาแทนที่ของ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวก์ ทำให้ ตัวของ ฟาน เพอร์ซี่ กลายมาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในทีมชาติ ซึ่ง ตอนนี้ น่าจะเป็นช่วงที่ดีที่สุดของเขากับการเล่นทีม อัศวินสีส้ม เลยก็ว่าได้

แม้ว่า จะต้องเจองานหนักตั้งแต่รอบแรก เพราะต้องอยู่รวมกลุ่มกับประเทศสเปน แถมยังมีโอกาสไปเจอ บราซิล ในเกมรอบสอง แต่เชื่อว่าถ้าหากฮอลแลนด์เบิกสกอร์ได้ มันก็มีโอกาสสูงที่คนนั้นจะเป็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

9. มิโรสลาฟ โคลเซ่ (ลาซิโอ-เยอรมัน)

data-mce-src=http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/320/1601873/mk.jpg

จริงอยู่ ที่ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ไม่เคยมีใครได้ดาวซัลโวสองสมัย แต่ถ้าจะให้มองข้าม มิสเตอร์บอลโลก อย่าง มิโรสลาฟ โคลเซ่ ไปนั้น คงไม่ใช่เรื่องที่ถูกอย่างแน่นอน

แม้อายุจะปาเข้าไป 36 ปี แต่โคลเซ่ ลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วยความกระหาย เขาเหลืออีกแค่ประตูเดียว จะทำสถิติเทียบเท่ากับ โรนัลโด้ ดาวยิงชาวบราซิล ที่ทำประตูในศึกฟุตบอลโลก 15 ประตู แต่ว่า โคลเซ่ มองมากกว่านั้นนั่นคือการคว้าแชมป์โลก ในฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายในชีวิตนักเตะ

ด้วยความแข็งแกร่งของเยอรมัน ทำให้เชื่อว่า พวกเขาจะผ่านเข้ารอบลึกในทัวร์นาเมนต์ มีเกมให้โคลเซ่ มีโอกาสเบิกสกอร์มากมาย ซึ่ง ระดับโคลเซ่ แล้ว มันก็น่าสนใจไม่น้อยเช่นเดียวกับ กับการเป็นดาวซัลโวอีกสักครั้ง

10. เอดิน เชโก้ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้-บอสเนีย)

data-mce-src=http://pe2.isanook.com/ns/0/ud/320/1601873/ed.jpg

แม้บอสเนีย มาเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก แต่พวกเขาก็ถือเป็นที่น่าจับตามองโดยเฉพาะในแนวรุก ที่มี เอดิน เชโก้ คอยท่าปักหลักถล่มประตู อย่างที่เราได้เห็นกันไปเมื่อช่วงรอบคัดเลือก

โอกาสที่ เชโก้ จะเป็นดาวซัลโวไม่ใช่ไม่มี เพราะ ดูจากคู่แข่งร่วมกลุ่มแล้ว นอกจาก อาร์เจนติน่า ทีมอื่นก็ถือว่าไม่ได้เหนือกว่าพวกเขา และที่สำคัญก็ไม่ได้มีเกมรับที่ดีอะไร จึงเป็นโอกาสดีที่ เชโก้ จะเบิกสกอร์ได้ แม้กระทั่งการเจอกับอาร์เจนติน่า ทีมเต็งที่ไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องแนวรับเช่นกัน



รอบโลก ได้ที่นี่

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์ผลบอล : : ฐิติพันธ์ผ่าเข่าซ้ายวีคหน้า แพทย์ยันพักยาว 6 เดือน

ฐิติพันธ์ผ่าเข่าซ้ายวีคหน้า

บอลไทย : อัพเดทอาการของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กองกลาง เอสซีจี เมืองทองฯ ที่บาดเจ็บเอ็นไขว้ข้างเข่าซ้ายฉีกขาด หลังการตรวจอย่างละเอียดแล้ว นพ.พรเทพ แพทย์ประจำสโมสรยันต้องใส่เฝือก 1 สัปดาห์ ก่อนขึ้นเขียงผ่าตัดช่วงสัปดาห์ถัดไป

หลังจากที่ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กองกลาง เอสซีจี เมืองทองฯ วัย 21 ปี ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในเกม โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดที่เสมอกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด 0-0

โดยหลังจากเข้ารับการตรวจโดยละเอียดผ่าน เอ็มอาร์ไอ (MRI) ที่ ร.พ.กรุงเทพ ผู้สนับสนุนพวกปรากฏว่าบริเวณเอ็นไขว้หน้าเข่าซ้ายฉีกขาด ซึ่งเบื้องต้นต้องใส่เฝือกรักษาอาการบาดเจ็บ 1 สัปดาห์ ก่อนวางแผนผ่าตัดช่วงสัปดาห์ถัดไป คาดใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 6 เดือน

“หลังจากที่ฐิติพันธ์ได้รับบาดเจ็บ เราจำเป็นต้องตรวจจับอย่างโดยละเอียด (MRI) ต้องบอกว่าเราพบอาการผิดปกติบริเวณเอ็นไขว้หน้า และเอ็นข้างด้านในเข่าฉีกถึง 2 เส้น ซึ่งในช่วง 1 สัปดาห์แรกต้องใส่เฝือกเพื่อรักษาอาการปวด และหลังจากนั้นจะมีการวางแผนผ่าตัดต่อไป ซึ่งเคสนี้ถือว่าค่อนข้างต้องใช้เวลาพักฟื้นและกายภาพประมาณ 6 เดือน” นพ. พรเทพ ม้ามณี แพทย์ประจำสโมสรฯ เผย

สำหรับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ถือเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีม “กิเลนผยอง” ที่โชว์แบบฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมมีตำบลสำคัญให้ เอสซีจี เมืองทองฯ ยังคงนำจ่าฝูงไทยพรีเมียร์ลีกอยู่ในขณะนี้ โดยตำแหน่งของเขายังมี สารัช อยู่เย็น, อนุวัฒน์ อินยิน, มิลาน บูบาโล่, ศราวุฒิ มาสุข และกษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ พร้อมลงทำหน้าที่แทน


รอบโลก ได้ที่นี่

โปรแกรมบอล : ใบแดงกับบอลโลกที่จะลงมาถึง

ใบแดงกับฟุตบอลโลก

ฟุตบอล : อีกไม่กี่วัน เทศกาลฟุตบอลที่มวลมหาประชาชนคนทั้งโลกต่างรอคอยอย่าง เวิลด์ คัพ ก็จะอุบัติขึ้นแล้ว ฉะนั้นวันนี้ผมก็ขอยึดกระแสทัวนาเม้นท์นี้ซะหน่อย เดี๋ยวจะตกเทรนด์เอา และเรื่องที่ผมจะเขียนในวันนี้ก็คือเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ใบแดง ใน ฟุตบอลโลก ครับ

class=aligncenter

กรูอยากอะโบ๊ะจะม้ะ บ้ะๆ โอ้วบ้ะๆ XXX กับน้องมรึงหวะ คือคำพูดสุดท้ายของ มาโก มาเตรัซซี่ ที่พูดกับ ซีเนดีน ซีดาน ก่อนที่ปราการหลังชาวอิตาเลี่ยน จะล้มลงไปกองกับพื้นสนาม หลังจากโดน ชิซู ตำนานแข้งชื่อก้องของฝรั่งเศส เอาศรีษะที่ไว้ผมทรงหัวไข่ดาวโขกเข้าเต็มหน้าอก จนถูกผู้ลงความเห็นชูใบแดงไล่ออกจากสนามไป ในศึกฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศระหว่าง ฝรั่งเศส กับ อิตาลี ที่ประเทศเยอรมัน ปี 2006 ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวด้านบน แฟนบอลทุกคนน่าจะจดจำมันได้เป็นอย่างดี และมันก็คือหนึ่งในใบแดงสุดคลาสสิกที่เกิดขึ้นในฟุตบอลโลก ใบแดงที่ผมกลับเห็นใจคนกระทำมากกว่าผู้ถูกกระทำ!

class=aligncenter

กลายเป็นใบแดงสุดฮิตถึงขั้นเอาไปทำเป็นเกม

เมื่อขึ้นชื่อว่า ใบแดง ใครๆ ก็คงไม่อยากจะได้สารภาพมัน อย่างไรก็ตาม กมฺมุนา วตฺตตีโลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น เดี๋ยวๆๆ นี่สกู๊ปฟุตบอล ไม่ใช่ธรรมมะเว้ย ไอบ้าาา! เอาละ วันนี้เพื่อเป็นการต้อนรับศึกฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง ผมขอเขียนถึง 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ใบแดงในศึกฟุตบอลโลก ตลอด 20 ครั้งที่ผ่านมาให้ทุกท่านได้อ่านต่อกันดีกว่า อย่าเสียเวลา เริ่มกันเลยดีกว่าครับ

1. จำนวนใบแดงทั้งหมด ตั้งแต่ฟุตบอลโลกอุบัติขึ้น
นับตั้งแต่ศึกฟุตบอลโลกถือกำเนิดขึ้นบนโลกเบี้ยวๆ ใบนี้ เมื่อปี 1930 ที่แว่นแคว้นอุรุกวัย วันเวลาล่วงเลยมา 84 ปี ผ่านศึกเวิลด์คัพมาแล้วทั้งสิ้น 20 ครั้ง. ท่านทราบหรือไม่ว่า มีจำนวนใบแดงที่ถูกควักออกมาจากกระเป๋าผู้ตัดสิน ชูขึ้นฟ้า ไล่ผู้เล่นออกจากสนามไปแล้วทั้งสิ้นกี่ใบ?
ส่งคำตอบมาได้ โดย พิมพ์ ทายใบแดง เว้นวรรค ตามด้วยคำตอบ ส่งมาที่ 4890011 ค่าบริการครั้งละ 6 บาทนะครับ . .. . ใครทายถูกเป๊ะๆ เป็น 2 ท่านแรก ผมจะมีเงินรางวัลให้ท่านละ 1,500 บาท แต่มีเงื่อนไขอยู่นิดเดียวคือ ท่านจะได้รับเงินรางวัลก็ต่อเมื่อ ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย (ชาย) ได้ไปบอลโลกครับ! เอ้าๆๆๆๆ หาคำตอบต่อสิครับ อย่าพึ่งจะรีบปิดกูเกิ้ลกันสิครับ ผมรอแจกเงินอยู่นะครับ อย่าพึ่งท้อสิ 1,500 เชียวนะ!! 55555 ถือว่าแซวเล่นขำๆ นะครับ มีใครหลงกลคิดว่าจริงไปแล้วบ้างเอ่ย? เอาละๆ กลับเข้าสู่สาระดีกว่า จำนวนใบแดงทั้งหมด ตั้งแต่มีการดวลแข้งกันในศึกฟุตบอลโลกก็คือ 159 ใบ 157 คนครับ!

2. นักเตะคนแรกที่กระแทกใบแดง

class=aligncenter

ปาร์ซิโด้ กรารินโด้ หรือชื่อเต็มๆ ของเขาก็คือ ปาร์ซิโด้ เรนัลโด้ กรารินโด้ ปันโด้ (มรึงจะ โด้ เยอะไปไหน ไอ้เย..โด้) อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติเปรู เขาผู้นี้คือนักเตะที่ประวัติศาสตร์โลกลูกหนังจะแตะต้องจารึกไว้ (น่าภูมิใจเน๊อะ) เพราะเขาคือนักเตะที่เปิดซิงรับใบแดงแรกในศึกฟุตบอลโลกหนแรกที่ประเทศอรุกวัย
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 1930 ในเกมการแข่งขันรอบแรกระหว่าง เปรู กับ โรมาเนีย ซึ่ง กรารินโด้ โดนใบแดงไล่ออกไปในนาทีที่ 54 ของเกมนัดดังกล่าว ทำให้เปรูของเขาพ่ายไป 3-1 ประตู

3. นักเตะคนล่าสุดที่โดนใบแดง

หลังจากโดนเปิดซิง ไอ้เจ้าใบแดงก็เริ่มใจแตก ผุดจากกระเป๋าผู้ตัดสินมารับแขกหน้าใหม่อยู่เรื่อยๆ ทุกๆ 4 ปี จนกระทั่งมาถึงคนสุดท้าย (แต่ไม่ท้ายสุด) เขาผู้นั้นก็คือ จอห์น ไฮติงก้า ปราการหลังของทัพ อัศวินสีส้ม เนอเธอร์แลนด์ นั่นเอง

class=aligncenter

ไฮติงก้า (เบอร์ 3) ทำหน้าบอกบุญไม่รับ หลังโดนเหลืองที่สอง ขับออกจากสนามไป

โดยกองหลังชาวดัตซ์รายนี้ โดน 2 ใบเหลืองรวมร่างกันเป็นใบแดงไล่ออกไป ในยุคสมัยต่อเวลาพิเศษของนัดชิงชนะเลิศที่เข้าชิงกับสเปน ในปี 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพนั่นเอง และในท้ายที่สุดทัพ กระทิงดุ สเปน ก็เป็นฝ่ายที่คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ซึ่งนั่นทำให้ ไฮติงก้า ต้องตกเป็นแพะรับบาปไปโดยปริยาย

4.นักเตะที่ได้ใบแดงมากที่สุด

ริโกแบร์ ซง อดีตปราการหลังของทัพ หมอผี แคเมอรูน และ ซีเนดีน ซีดาน ยอดแข้งหัวไข่ดาวของ ตราไก่ ฝรั่งเศส คือ 2 นักเตะผู้ถือครองสถิตินี้ไว้ โดยเขาทั้งคู่ได้รับใบแดงในศึกฟุตบอลโลกไปเท่ากันที่ 2 ครั้ง

class=aligncenter

นอกจาก ซง จะเป็นขาโหดยามลงเล่นแล้ว เค้าหน้าก็ยังโหดตามอีกด้วย

โดย ซง โดนในปี 1994 ที่สหรัฐฯ และ 1998 ที่ฝรั่งเศส ส่วน ซีดาน โดนในปี 1998 ที่ฝรั่งเศส และ 2006 ที่เยอรมัน (เฮดบัตต์บรรลือโลกใส่ มาเตรัซซี่ ของอิตาลีในนัดชิงนั่นเอง)

5. ชาติที่โดนใบแดงรวมมากที่สุด

ไม่น่าเชื่อว่าชาติที่โดนจับไปเป็น ทหาร มากที่สุด จะคือชาติที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งฟุตบอลโลกอย่างทัพ แซมบ้า บราซิล พวกเขาโดนใบแดงไปแล้วทั้งหมด 11 ใบด้วยกัน!
11 ใบนั้น ประกอบด้วย เซเซ่ โปโอปิโก้ (1938), มาชาโด้ (1938), นิลตัน ซานโต้ส (1954), ฮัมแบร์โต้ (1954), การ์รินช่า (1962), หลุยส์ เปเรอา (1974), ริคาร์โด้ โกเมซ (1990), เลโอนาร์โด้ (1994), โรนัลดินโญ่ (2002), ริคาร์โด้ กาก้า (2010) และ เฟลิเป้ เมโล่ (2010)

class=aligncenter

กาก้ายิ้มอย่างมีเลศนัย หลังโดนไล่ออกจากสนาม

ส่วนอันดับที่ 2 รองจากบราซิล ก็คือทีมชาติอาร์เจนติน่า สัมผัสไป 10 ใบ และอันดับที่ 3 ก็คือทัพ จอมโหด อุรุกวัย ได้รับไป 8 ใบ. .. เป็นที่น่าสังเกตุว่า ทั้ง 3 ชาติที่ครองตำแหน่งนี้ ต่างเป็นชาติที่มาจากโซนอเมริกาใต้ทั้งหมด



อีกหนึ่งเหตุการณ์ใบแดงในตำนานของเจ้าพ่อฟรีคิก เดวิด เบ็คแฮม

เป็นยังไงบ้างครับ สำหรับเกร็ดความรู้เล็กๆ นิดหน่อย เกี่ยวกับใบแดงที่นำมาฝากกันในวันนี้ บางท่านอาจจะรู้บ้างบางข้อ บางท่านอาจจะรู้ทั้งหมด หรือบางท่านอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลย อย่างไรก็ตามหวังว่าจะได้ประโยชน์สำหรับผู้อ่านบ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ
สำหรับฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึงหนนี้ ใครเชียร์ทีมไหน ชาติใด ก็ขอให้สุขสมหวังกันนะครับ ฟุตบอลโลกครั้งนี้ แข่งขันกันค่อนข้างดึก แฟนบอลทั้งหลายอย่าลืมรักษาสุขภาพ และนอนพักผ่อนให้เพียงพอนะครับ ด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง. สุดท้ายใครจะเป็นนักเตะผู้โชคร้ายที่ได้รับใบแดงที่ 160 ? อีกไม่กี่วันเดี๋ยวได้รู้กันครับ เอนจอย เดอะแมทช์!!


รอบโลก ได้ที่นี่