วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

วิเคราะห์ฟุตบอล อังกฤษ - มอลโดวา

วิเคราะห์บอล  อังกฤษ - มอลโดวา 
วิเคราะห์บอล  อังกฤษ - มอลโดวา

วิเคราะห์บอลโลกรอบคัดเลือก

อังกฤษ - มอลโดวา

วัน: ศุกร์ที่ 6 กันยายน 2556 เวลา: 02.00 น.
สนาม: เวมบลีย์
ผู้ตัดสิน: อิวาน ครูซเลีย (สโลวาเกีย)
สภาพอากาศ: 13-20 °C, มีฝน
ถ่ายทอดสด: ช่อง 7

ผลงาน 5 นัดท้ายโต่งของทั้ง 2 ทีม

อังกฤษ

14/8/13 กระชับมิตร อังกฤษ 3-2 สกอตแลนด์
2/6/13 กระชับมิตร บราซิล 2-2 อังกฤษ
29/5/13 กระชับมิตร อังกฤษ 1-1 ไอร์แลนด์
26/3/13 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก มอนเตเนโกร 1-1 อังกฤษ
22/3/13 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ซาน มาริโน 0-8 อังกฤษ 0-8

มอลโดวา

14/8/13 กระชับมิตรผลบอล มอลโดวา 1-1 อันดอร์รา 

14/6/13 กระชับมิตรผลบอล มอลโดวา 2-1 คีร์กีซสถาน 

7/6/13 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกผลบอล มอลโดวา 1-1 โปแลนด์ 

26/3/13 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกผลบอล ยูเครน 2-1 มอลโดวา 

22/3/13 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกผลบอล มอลโดวา 0-1 มอนเตเนโกร

ผลงานการพบกัน 3 นัดหลังสุด

7/9/12 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกผลบอล มอลโดวา 0-5 อังกฤษ

10/9/97 ฟุตบอลโลกรอบคัดผลบอล อังกฤษ 4-0 มอลโดวา

1/9/96 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกผลบอล มอลโดวา 0-3 อังกฤษ


ความพร้อม-สภาพทีม

อังกฤษ

สิงโตต้องรอเช็กฟิตของ แจ๊ค วิลเชียร์ ที่เป็นหนึ่งในนักเตะที่เจอคำถามการบาดเจ็บเล่นงานมาจากการลงเล่นให้ต้นสังกัดในนัดล่าสุด และถ้าลงไม่ได้คงเป็น ไมเคิล คาร์ริค ที่ได้จับคู่กับ ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ ตรงกลางสนาม โดยมี สตีเว่น เจอร์ราร์ด ยืนสูงเป็นเพลย์เมกเกอร์ ส่วนสถานะแบ็กขวาคงเป็นหน้าที่ของ ไคล์ วอล์คเกอร์ เพราะทั้ง เกล็น จอห์นสัน กับ ฟิล โจนส์ เดี้ยงทั้งคู่ ขณะที่ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ก็เอาคืนตัวตาม เวย์น รูนี่ย์ ไปอีกคน ทำให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต อาจจะได้โอกาสลงยืนเป็นหน้าเป้า โดย แดนนี่ เวลเบ็ค จะถ่างไปยืนเป็นตัวปั้นเกมรุกริมเส้นร่วมกับ ธีโอ วัลค็อตต์


ความพร้อม-สภาพทีม

มอลโดวา

เซอร์เก จอร์กิเยฟ พ้นความผิดแบน กลับมาเป็นตัวเลือกในแดนกลางได้อีกครั้งในเกมนี้ แต่ อเล็กซานดรู โอนิก้า, เซอร์เก โควัลซิอุค และ ยูเจนิอู เซโบตารู ไม่ติดโผมาด้วย โดย เซอร์เก ปาสเชนโก้ จะได้โอกาสลงเฝ้าเสาแทน สตานิสลาฟ นามาสโก้ ที่หลุดโผไป ส่วนแนวรุกคงเป็น อเล็กซานดรู โกรซู ที่จะได้โอกาสลงเล่นเป็นนัดที่สองในทีมชาติ หลังจากตัวหลักหลายคนไม่ติดโผมาด้วย

วิเคราะห์รูปเกม

เกมนี้อังกฤษต้องตั้งเป้าหยิบ 3 แต้มสถานเดียวพร้อมทั้งมุ่งมาดปรารถนาถล่มประตูให้เป็นกอบเป็นกำด้วย เพื่อเบียดลุ้นเข้ารอบต่อไป เพราะถือว่าเจองานเบากว่าคู่แข่งอย่างมอนเตเนโกร นัดนี้แม้ขั้นทีมสิงโตจะคำรามไม่ออกเพราะนักเตะเดี้ยงเยอะ แต่ก็คงจะเล่นแบบเกื้อหนุนตัวไปได้แบบไร้ปัญหา และคงจะอัดทีมเยี่ยมเยียนที่ไม่แข็งแกร่งนักคว่ำลงได้ไม่ยาก


รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

อังกฤษ (4-2-3-1): โจ ฮาร์ท; ไคล์ วอล์คแกอร์, แกรี่ เคฮิลล์, ฟิล จากีลก้า, แอชลี่ย์ โคล; ไมเคิ่ล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์; ธีโอ วัลค็อตต์, สตี่เว่น เจอร์ราร์ด, แดนนี่ เวลเบ็ค; ริคกี้ แลมเบิร์ต

มอลโดวา (4-2-3-1): เซอร์เก ปาสเชนโก้; เปตรู ราคู, อิกอร์ อาร์มาส, อเล็กซานดรู เอปูเรียนู, ซิเมออน บูลการู; อาร์เธอร์ ปาตราส, อเล็กซานดรู เดดอฟ, อเล็กซานดรู กัทคาน, อาเทอร์ โยนิต้า, อเล็กซานเดอร์ ซูโวรอฟ; เซอร์จิยู กรอสซู

ฮอตสกอร์: อังกฤษชนะ 4-0

ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

ก็คนมันรวย คำเดียวสั้นๆได้ใจความ

ก็คนมันรวย 
ก็คนมันรวย

ฟุตบอล : คนรวยทำอะไรก็ไม่น่าเกลียด จะช้อปปิ้ง จะกินข้าว หรือจะตระเวนเที่ยว มีเงินเสียอย่าง ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

เพราะฉะนั้นกับ เชลซี ต้นตำรับทีมลูกหนังมหาเศรษฐี จะทำอะไรก็คงจะเข้าทำนองไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ด้วยเหมือนกัน แม้ล่าสุดจะเพิ่งโดนด่าเรื่องสอยดาวรุ่งจากทั่วสารทิศมาดองเค็มเล่นๆ ก็ตาม

"ทำแบบนี้ถือว่าฆ่าเด็กทางอ้อมนะจ้ะ" ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการพากันออกมาส่งเสียงต่อต้านนโยบาย "เลี้ยงต้อย" ของ "เสี่ยหมี" โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม "สิงห์บลูส์"

แทนที่จะปล่อยให้เด็กได้มีโอกาสฝึกปรือฝีเท้าไปตามวัยกับต้นสังกัด แต่ เชลซี กลับเลือกเด็ดผลอ่อนออกจากต้นโดยไม่รอให้สุกงอม

กาแอล กากูต้า, โอริโอล โรเมอู รวมไปถึง ลูคัส เปียซอน อีกรายก็น่าจะได้ด้วยเหมือนกัน ชื่อเหล่านี้เป็นตัวอย่างให้เห็นเด่นชัดว่า "เด็ดแล้วดับ" (แม้จะเหลือเวลาให้พิสูจน์ตัวเองได้อีกยาวๆ ก็เถอะ)

แต่ใครจะทำไม "เสี่ยหมี" ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่แล้ว เฟร์นานโด ตอร์เรส 50 ล้านปอนด์ ยังไม่สะดุ้ง ประสาอะไรกับเงินจิ๊บจ๊อยที่ออกทุนไปกับเด็กพวกนี้

ฤดูกาล 2013/14 เชลซี ปล่อยยืมนักเตะผลบอลดีไปเบ็ดเสร็จ 2 โหล หรือ 24 คน นับรวมหมดไม่ว่าจะชุดใหญ่ ชุดเล็ก ชุดเด็กอนุบาล

24 คน!! ตัวเลขขนาดนี้สร้างเป็นทีมได้ 1 ทีมสบายๆ และที่สำคัญคือ "เป็นนักเตะจากทีมชุดใหญ่ถึง 9 คน"

กากูต้า (วิเทสส์), โรเมอู (บาเลนเซีย), เปียซอน (วิเทสส์), วิคเตอร์ โมเสส (ลิเวอร์พูล), โรเมลู ลูกากู (เอฟเวอร์ตัน), มาร์โก มาริน (เซบีย่า), พาทริค ฟาน อานโฮลท์ (วิเทสส์), ธีโบต์ กูร์กตัวส์ (แอตเลติโก มาดริด), คริสเตียน อัตซู (วิเทสส์)


ธีโบต์ กูร์กตัวส์ ปล่อยให้ ตราหมี ยืมจนแฟนๆ เรียกร้องให้ซื้อขาด แต่เชลซีรวยซะอย่างพูดกลับไปเบาๆ ว่า "ไม่ขายนะครับ"

ดูจากรายชื่อแล้วหลายๆ คน "ระดับทีมชาติ" ด้วยซ้ำ แต่กลับไม่มีพื้นที่ในสโมสร

ไมเคิ่ล เอเมนาโล่ ผอ.กีฬาเชลซี ตอบโต้เสียงเหน็บแนมถึงนโยบาย "ดึงมาดอง" ว่าเรื่องทั้งหมดมันก็มาจากกฎ "ไฟแนนเชี่ยล แฟร์เพลย์" หรือกฎควบคุมการเงินของทางฝั่ง ยูฟ่า นั่นล่ะ

จะให้ทุ่มเงินหลายสิบล้านปอนด์ไปกับซูเปอร์สตาร์ยิ่งใหญ่เพียงคนเดียว สู้แจกเงินไม่กี่ล้านกว้านซื้อดาวรุ่งที่พอมีแววมาชุบเลี้ยงทีเดียวเป็นเข่งๆ ยังน่าช่วยกว่ากันเยอะ

บางเสียงตำหนิตามโต๊ะน้ำชากระฉอกสวนกลับมาว่า "เฮ้ย อาร์เซน่อล ก็เน้นสอยเด็กเหมือนกันนะ ขืนทีมใหญ่ทำแบบนี้กันหมดก็ได้ล่มจมกันพอดี"

เชลซี ไม่ใช่ อาร์เซน่อล และอาร์เซน่อล ก็ไม่ใช่ เชลซี


เควิน เด บรอยน์ ไปเก็บเว่ลกลับมาถูกใจ เฮียมู เฮียเลยให้โอกาสแจ้งเกิด (ถ้าทำได้นะ)

ฝั่ง "ปืนโต" เสียตัวหลักออกไปทุกปี ส่วนเด็กที่ดึงเข้ามาก็ยังโตไม่ทัน ขณะที่ เชลซี สามารถระแวดระวังตัวหลักเอาไว้ได้ แม้เด็กๆ จะโตไม่ทันแต่ก็ไม่ได้รีบร้อนจะใช้งาน เพราะพวกเขาซื้อนักเตะสำเร็จพร้อมใช้งานมาเสริมทีมบ้างเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นในทุกๆ ปี เชลซี จึงมีช่วยกับเขาตลอดแม้จะกว้านซื้อเด็กมาเติมทีมเพียบแปล้ไม่แพ้ทางฝั่ง อาร์เซน่อล เลยก็ตาม

ไม่เท่านั้น แผนการเลี้ยงต้อยของพวกเขายังลองให้เห็นแล้วว่าไม่ได้ทำให้ทั้งทีมและตัวนักเตะบรรลัยอย่างที่หลายคนคิดกัน

เควิน เด บรอยน์ กลับมาเป็นตัวหลักให้ทีมหลังไปชุบตัวกับ แวร์เดอร์ เบรเมน, ธีโบต์ กูร์กตัวส์ ขึ้นชั้นผู้รักษาประตูอนาคตไกลไปแล้วกับ แอตเลติโก มาดริด ทั้งที่ไม่มีตำแหน่งในรั้ว เดอะ บริดจ์ ด้วยซ้ำ

และเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ใช่แค่ เชลซี ที่ทำแบบนี้ แต่ทำกันแทบจะทุกทีมชั้นนำในยุโรปไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด,บาร์เซโลน่าบาเยิร์น มิวนิค, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือแม้กระทั่ง ปอร์โต้

เข้าทำนองเรื่องแบบนี้ "ใครๆ เขาก็ทำกัน"

ส่วนทั้งหลายทีมเล็กก็คงได้แต่นั่งมองตาปริบกันต่อไป ในเมื่อข้อบังคับไฟแนนเชี่ยล แฟร์เพลย์ ที่ออกมานั้นมันไม่ได้ช่วยเหลือพวกเขาอะไรเท่าไหร่ แถมยังเป็นการเร่งให้โดนประทุษร้ายเสียด้วยซ้ำ

แต่ถามจริง หากคุณรวยและมีโอกาสแบบนั้น จะทำบ้างไหม?

จะอย่างไรคำตอบในใจเจ้าของสโมสรแทบจะทุกทีมในยุคลูกหนังทุนนิยมคงหนีไม่พ้น... ก็คนมันรวยช่วยไม่ได้


เรื่องโดย "นนท์"

 

วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

มอยส์ประกันแล้ว! ‘นานี่‘ ยัน ไม่เศร้าสร้อยที่ต่อสัญญาผี

มอยส์การันตีแล้ว! ‘นานี่‘ ยัน ไม่เสียใจที่ต่อสัญญาผี 
มอยส์การันตีแล้ว! ‘นานี่‘ ยัน ไม่เสียใจที่ต่อสัญญาผี

ผลบอล : นานี่ ปีกตัวจี๊ดของ แมนชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมของพรีเมียร์ลีก ได้ออกมายืนยันว่าตนเองรู้สึกดีใจที่ได้ต่อสัญญากับต้นสังกัดอย่างมาก ทั้งยังยืนยันว่าพร้อมแล้วกับการชิงตำแหน่งตัวจริงในฤดูกาลนี้

เมื่อสัปดาห์ก่อน นานี่ ได้ตัดสินใจต่อหนังสือสัญญากับ แมนฯยูไนเต็ด ออกไปอีก 5 ปี ทำให้เจ้าตัวจะอยู่ค้าแข้งกับทีมไปถึงปี 2018 เลยทีเดียว หลังจากก่อนหน้านี้มีชี้แจงว่าปีกทีมชาติโปรตุเกสรายนี้ต้องการจะย้ายออกไปเนื่องจากต้องตกเป็นตัวสำรอง และไม่ได้รับการอนุเคราะห์จาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่หลังจากที่ เดวิด มอยส์ เข้ามาคุมแทน ความคิดของ นานี่ ก็เปลี่ยนไป พร้อมสรรพทั้งมั่นใจว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่ต่อสัญญา

โดยทางด้าน นานี่ ได้ออกมากล่าวถึงเรื่อนี้ว่า "ผมดีใจมากกับหนังสือสัญญาใหม่ของตัวเองกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่หลังจากได้พูดคุยกับ เดวิด มอยส์ ก็ทำให้มีหลายอย่างที่ต้องคิด

และตอนนี้ผมเชื่อว่าการต่อหนังสือสัญญาคือทางออกที่ดีที่สุด ผมรู้ว่าผมสามารถทำอะไรให้ ยูไนเต็ด ได้อีกหลายอย่าง ถึงแม้ผมจะได้รับข้อเสนอดีๆเยอะพอที่จะทำให้ผมยอมย้ายออกจากทีม

และโค้ชเองคงไม่การันตีตำแหน่งให้ผมได้มากไปกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ ผมรู้ว่าตัวเองต้องทุ่มเทให้มาก นี่คือเป้าหมายของผมในฤดูกาลนี้"

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

หลักใหญ่ของ : “ผีกับฟู“ และ “ปืนกับซิล“

เรื่องของ : “ผีกับฟู“ และ “ปืนกับซิล“ 
เรื่องของ : “ผีกับฟู“ และ “ปืนกับซิล“

ฟุตบอล : ค่ำคืนของตลาดนักเตะวันสุดท้าย เรียกได้ว่าฝุ่นคลุ้ง ฝ่ายบอก ก็ยกหูเจรจากันน้ำลายเหนียว บ้างก็เดินทางไปบอกเองบ้าง บ้างก็แฟ็กซ์เอกสารเป็นว่าเล่น

แต่โหล่ ก็มีทั้งสุขสมหวัง และมีทั้งผิดหวังกันไปตาวิถีของวงการลูกหนังในยุคเศรษฐกิจที่เรียกว่า "แรงเงิน"

ที่แน่ๆ "บิ๊กดีล" ของค่ำคืนที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้น 2ทีมแห่งพรีเมียร์ลีก ของอังกฤษ อย่างปืนโต และ ผีแดง

แน่นอนว่าสองทีมที่กล่าวมา โดนแฟนบอลผู้จงรักภักดียิงคำถามอุตลุตโดยแปลเป็นไทยว่า "เมิงซื้อซะทีซิพ่อ"!!!

และก็เป็นไปตามที่แฟนๆนึกหวังไว้จริงๆ

เริ่มที่ทีม "ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด หลังจากวิ่งชนความปราชัย ที่แอนฟิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ภายใต้การดัดตนงานของ "เดวิด มอยส์" ก็จัดการเดินเครื่องล่านักเตะที่ต้องการ (หลังจากซดแห้วมานับไม่ถ้วน)


จนในท้ายที่สุด 50กว่านาที ก่อนตลาดจะวินาศลง "เดอะมอยส์" พวกเขาก็จัดการยกตูดใหญ่ๆ พร้อมกับหูฟูๆ ของ "มารูยาน เฟลไลนี่" กองกลางจอมโขกของ เอฟเวอร์ตัน มาร่วมทีมได้ยุติ สนนราคาแบบพองาม ที่ 27.5 ล้านปอนด์ (1,375 ล้านบาท)

ส่วนในรายของ "อันเดร์ เอร์เรร่า" มิดฟิลด์อนาคตไกลของ แอธ.บิลเบา มีอันต้องโบกมือลา ด้วยสาเหตุที่แฟนผีรู้ดีคือเรื่องของความ "ขี้ตืด"!

ขณะที่เมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา ฝากสื่อดังของสเปนอย่างมาร์ก้า รายงานข่าวที่ทำให้แฟนผีดูจะยิ้มแป้นไม่น้อย เมื่อบอกว่าทีมอสูรแดง ได้เจรจากับทางทีม เรอัล มาริด ยืมตัว โกเอนเตรา เป็นมั่นเป็นเหมาะแล้ว (รอแค่บินไปเซ็นสัญญา)

ทว่าหลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ ทางทีมราชันชุดขาวก็กลับเปลี่ยนใจ ไม่ปล่อยตัวแบ็กซ้ายชาวโปรตุกีสให้ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกปีล่าสุดซะแล้ว

ทั้งนี้ก็เนื่องจากพวกเขาเพิ่งจะรับประทานแห้ว "ซิเกยร่า " ของ กรานาด้า ที่ดันหักอกทีมเมืองหลวงของสเปน หันไปซบตัก เบนฟิก้า ทีมจากโปรตุเกสซะอย่างงั้น! ทำให้ทีมผีแดงถึงกับเงิบ! (อีกครั้ง)


ทางฝั่งทีมไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ที่โดนแฟนบอลของตัวเองกดดันอย่างหนัก จนในท้ายที่สุดก่อนเส้นตายชั่วโมงเศษๆ

พวกเขาก็หอบเงิน 50 ล้านยูโร ไปสู่ขอ "เมซุต โอซิล" จอมทัพทีมชาติเยอรมันของ เรอัล มาดริด มาจนได้

ทั้งนี้ "โอซิล" ตรวจร่างการที่มิวนิค ซึ่งเป็นสถานที่เก็บตัวของแคมป์ทีมชาติเยอรมัน ก่อนจรดน้ำหมึก เซ็นยาว 5 ปี กับทีมดังกรุงลอนดอน พร้อมกับทำสถิติเป็นนักเตะที่มีค่าหัวแพงที่สุดของทีม "เดอะ กันเนอร์ส" ในทันที!

และนี่คือ 2 ดีลที่ถือว่าสำคัญอย่างยิ่งยวด ส่วนทีมอื่นๆ ก็เดินทางออกจับจ่ายตลาดวันสุดท้ายกันอย่างเมามันส์ ส่วนจะมีใครกันบ้าง ก็ลองคลิกไปดูกันได้ที่นี่........

สุดท้าย....ต้องบอกว่าค่ำคืนของตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์วันสุดท้าย เป็นอะไรที่ตื่นเต้นไม่น้อย

ที่สำคัญ นี่คือการซื้อตัวก่อนที่ทุกทีมจะหันหน้าเข้าลุยในสนามกันแบบไม่ต้องกังวลใจเรื่องการย้ายทีมแล้ว

การซื้อตัวในวันโหล่ของแต่ละทีมหนนี้ จะตอบโจทย์ให้กับทีมนั้นๆได้ดีแค่ใหน อีกไม่นานเราคงได้เห็นด้วยตาคุณเอง

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บัวตัวเต็งเบิ้ลมิลานต้อนพีเอสวี 3:0 ลิ่ว

บัวเต็งเบิ้ลมิลานต้อนพีเอสวี3:0ลิ่วแบ่งกลุ่มชปล.+คลิป 
บัวเต็งเบิ้ลมิลานต้อนพีเอสวี3:0ลิ่วแบ่งกลุ่มชปล.+คลิป

ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2013-14

รอบเพลย์ออฟ นัดสอง

วันพุธที่ 28 สิงหาคม 2556

เอซี มิลาน 3 : 0 พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 

รอบเพลย์ออฟ นัดสอง(นัดแรกเสมอ 1-1)

สนาม : ซานซิโร

ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคล็ตแท่นเบิร์ก

 


นาทีที่ 8 พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่นได้โอกาสลุ้นทำประตูก่อน จากลูกโหม่งของทิม มาตาฟซ์ คริสเตียน อับเบียติต้องพุ่งปัดทิ้งไป

นาทีที่ 9 "ปีศาจเเดง-ดำ"เอซี มิลาน ได้ประตูขึ้นนำ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ก่อน 1:0 จากลูกยิงไกลอันสุดสวยของเควิน-พรินซ์ บัวเต็ง

นาทีที่ 18 มาริโอ บาโลเตลลี่ได้ลองยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ บอลโด่งข้ามคานออกไป

นาทีที่ 20 อดัม มาเอร์ได้ฮาล์ฟวอลเลย์ด้วยขวา คริสเตียน อับเบียติต้องพุ่งปัดบอลทิ้งไป

นาทีที่ 30 เควิน-พรินซ์ บัวเต็งจ่ายบอลให้กับริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่หลุดขึ้นไปยิงด้านฝั่งขวา บอลหลุดเสาเเรกออกไป

นาทีที่ 39 ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่เปิดบอลจากด้านริมเส้นฝั่งขวา มาให้กับมาริโอ บาโลเตลลี่โหม่งบอลหลุดเสาสองออกไป

นาทีที่ 47 มัตเตีย เด ชีโย่สกัดบอลไม่ขาด บอลเลยมาถึงจอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุมได้โอกาสยิงไปตรงคริสเตียน อับเบียติทุบทิ้งออกไปได้

นาทีที่ 55 สเตฟาน เอล ชาราวีเปิดลูกเตะมุมฝั่งขวา มาให้กับฟิลิปป์ เม็กแซสได้โหม่ง ก่อนมาริโอ บาโลเตลลี่จิ้มบอลเข้าไปตุงตาข่าย เอซี มิลาน นำห่าง พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 2:0

นาทีที่ 75 มาริโอ บาโลเตลลี่ได้ลองทำยิงไกลจากเเถวสอง เยรูน ซูทต้องพุ่งปัดทิ้งไป

นาทีที่ 78 อันเดรีย โปลีไหลบอลจากด้านฝั่งขวา ให้กับเควิน-พรินซ์ บัวเต็งเติมเกมขึ้นมาด้านฝั่งซ้าย ก่อนจะยิงเสียบเสาสองเข้าไป เอซี มิลาน นำห่าง พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่นด้วยผลบอล 3:0

จบเกม เอซี มิลาน เอาชนะ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 3:0

รวมผลสองนัด "ปีศาจเเดง-ดำ"เอซี มิลาน เอาชนะ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 4:1 สร้างผ่านเข้าสู่รอบเเบ่งกลุ่มการต่อสู้ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2013-14 ได้สำเร็จ

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม
เอซี มิลาน ระบบ 4-3-3 :
ผู้รักษาประตู : คริสเตียน อับเบียติ
กองหลัง : อินยาซิโอ อบาเต้,คริสเตียน ซาปาต้า,ฟิลิปป์ เม็กแซส,มัตเตีย เด ชีโย่
กองกลาง : ไนเจล เด ย็องก์,ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่,ซัลลีย์ อาลี มุนตารี่
กองหน้า : เควิน-พรินซ์ บัวเต็ง,มาริโอ บาโลเตลลี่,สเตฟาน เอล ชาราวี

พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ระบบ 4-3-3 :
ผู้รักษาประตู : เยรูน ซูท
กองหลัง : โยชัว เบรเน็ต,เจฟฟรี่ย์ บรูม่า,คาริม เรคิก,เยโทร วิลเล่มส์
กองกลาง : อดัม มาเอร์,สไตน์ ชาร์ส,จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม
กองหน้า : เมมฟิส เดปาย,ทิม มาตาฟซ์,ปาร์ค จี-ซอง

ส่วนผลคู่อื่น

เอซี มิลาน                   3 - 0     พีเอสวี    
เรอัล โซเซียดาด            2 - 0     ลียง    
มาริบอร์                       0 - 1     วิตอเรีย พิลเซ่น    
เซลติก                       3 - 0     ชัคเตอร์ ซารากานดี้    
เซนิตฯ                       4 - 2     ปากอส เฟเรยร่า

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์ผลบอล : บุรีรัมย์ครบครันเต็มสูบเชื่อมั่นไม่แพ้เอสเตกาลห์ศึก ACL รอบ 8 ทีม

บุรีรัมย์พร้อมเต็มสูบมั่นใจไม่แพ้เอสเตกาลห์ศึก ACL รอบ 8 ทีม   วิเคราะห์บอล : โกรัน ดรูลิช โค้ชกองหน้าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ สุเชาว์ นุชนุ่ม กัปตันทีม ต่างมั่นใจทีมจะทำผลงานได้ดี ในการพบกับเอสเตกาลห์ ในศึก เอเอฟซี ชปล.รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรก 21 ส.ค.นี้ ความพร้อมก่อนการแข่งขันเอเอฟซี ชปล.รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรก ระหว่าง เอสเตกาลห์ (อิหร่าน) พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด(ไทย) ที่สนามอซาดี้ สเตเดี้ยม เวลา 20.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับบ้านเรา 22.45 น. ล่าสุดเมื่อเวลา 12:00น. ตามเวลาอาณาเขตของวันที่ 20 สิงหาคม 2556 ได้มีการรับมือแถลงข่าวเตรียมความพร้อมการขับเคี่ยว ที่ ห้องแถลงข่าวของ Iran pro-League กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ทั้งนี้ทางฝั่งเจ้าบ้าน เอสเตกาลห์ ซึ่งนำโดย อาเมียร์ กัลเลนอย เฮดโค้ช และ ฟาฮัด มาจิดี้ กัปตันทีมได้มาร่วมงานแถลงข่าว ส่วนฝั่งทีมเยือน"ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นำโดย โกรัน ดรูลิช โค้ชกองหน้า และ สุเชาว์ นุชนุ่ม กัปตันทีม ด้าน โกรัน ดรูริช โค้ชกองหน้าของบุรีรัมย์ เผยว่า การขับเคี่ยวกับเอสเตกาลห์ถือว่าเป็นงานที่หนัก ซึ่งเราคงต้องทำผลงานให้ดีที่สุด โดยทีมงานสตาฟฟ์โค้ชมีความมั่นใจในลูกทีมทุกคน ส่วนเรื่องการไม่นำหมายเลข 7 คาเมโร่ กอนซาเลซ มาด้วยนั้น คิดว่าไม่มีปัญหาเพราะทางทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็ยังมีผู้เล่นที่ดี ที่สามารถแทนคุณกันได้เป็นอย่างดี เราจะเล่นอย่างไม่ประมาทและมั่นใจว่าจะทำผลงานได้ดีในเกมนี้ ด้าน สุเชาว์ นุชนุ่ม กัปตันทีมบุรีรัมย์ เผยว่า "การขับเคี่ยววันพรุ่งนี้ นักเตะทุกคนมีความพร้อมที่จะลงเล่น และจะทำผลงานให้ดีที่สุด สำหรับคำถามที่ถามว่าที่ผ่านมาการเข้ารอบของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดนั้นเป็นความเซอร์ไพรส์หรือไม่ อยากให้รอดูพรุ่งนี้ว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์หรือไม่ ไม่แน่อาจจะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์กว่ารอบที่ทะลวงมาก็เป็นได้ ส่วนทางด้าน อาเมียร์ กัลเลนอย เฮดโค้ช เจ้าถิ่นเผยว่า "ต้องสารภาพว่าทีมจากประเทศไทยเป็นทีมที่เก่ง และทำผลงานที่น่าเกินจริงในการปราบผ่านทีมจากอุซเบกิสถานมาได้ ทางฝั่งเราคารวะและยึดมั่นในฝีมือของทีมจากไทย และจะลงเล่นอย่างเต็มที่ ผู้เล่นที่เราจับตามองและต้องระวังของฝั่งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือหมายเลข 2 และหมายเลข 7 สำหรับปัญหาเรื่องสภาพทางการเงินของทีมและปัญหาเรื่องการสงเคราะห์เงินจากรัฐบาลอิหร่าน จะขอตั้งใจทำผลงานและจะขอพูดถึงในวันพรุ่งนี้หลังจบเกมส์ ด้าน ฟาฮัด มาจิดี้ กัปตันทีม เอสเตกาลห์ กล่าวว่า "ต้องสารภาพว่าทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้ดีในการทะลวงเข้ามารอบแปดทีมสุดท้าย สำหรับวันพรุ่งนี้ทีมของเราจะเต็มที่และเราได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลของเราด้วยเชื่อว่าจะเป็นแรงผลักดันให้เราเก็บชัยชนะได้"

วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ประเล้าประโลมคนไทย ทรูคว้าสิทธิ์ ยิงสดบอลไทย 4 รายการ 3 ปี

ทรูคว้าสิทธิ์ ยิงสดบอลไทย 4 รายการ 3 ปี 
ทรูคว้าสิทธิ์ ยิงสดบอลไทย 4 รายการ 3 ปี

 

ฟุตบอล : ทรูวิชั่นส์ คว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสด โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก, ยามาฮ่า ลีกวัน, ไทยคมเอฟเอ คัพ และ โตโยต้า ลีก คัพ 3 ปี วงเงิน 1,800 ล้านบาท

นายวรวีร์ มะกูดี รักษาการนายกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายอดิศัย วารินทร์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.สยามสปอร์ต ซินดิเคท ในฐานะผู้บริหารต้านทานสิทธิผลกำไรสมาคมฟุตบอลฯ และ นายองอาจ ประภากมล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป

ร่วมกันแถลงข่าวการลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือMOU) ว่า ทรูวิชั่นส์ คว้าสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก, ยามาฮ่า ลีกวัน, ไทยคมเอฟเอ คัพ และโตโยต้า ลีก คัพ เป็นเวลา 3 ปี (พ.ศ.2557-2559)

นายวรวีร์ กล่าวว่า การแจ้งราคาลิขสิทธิ์ออกอากาศสดครั้งนี้ ใช้วิธีการสมัยใหม่ ที่มีความโปร่งใส และบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยทีมงานมืออาชีพ ซึ่งได้เชิญ เซอร์เดวิด ริชาร์ด ที่ดูแลเรื่องสิทธิ์ประโยชน์ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ มาดำเนินการ ซึ่งทรูวิชั่นส์ สามารถชนะคู่แข่งที่เข้าร่วม อีก 3 ราย

ด้าน นายองอาจ กล่าวว่า ทรูวิชั่นส์ ใช้งบประเมินทั้งสิ้น 1,800 ล้านบาท สำหรับการคว้าสิทธิ์การถ่ายทอดสดในครั้งนี้ ส่วนในเรื่องรายละเอียดของการถ่ายทอดสด ว่าจะมีช่องทางใด หรือมีฟรีทีวีใด ร่วมเป็นพันธมิตรนั้น จะมีการแถลงข่าวอีกครั้ง

ขณะที่ นายอดิศัย กล่าวถึง สิทธิประโยชน์ ที่ทางทีมต่างๆ จะได้รับจากการประมูลขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในครั้งนี้ ว่า 18 ทีม ในไทยพรีเมียร์ลีก จะได้รับเงินสนับสนุนจากการถ่ายทอดสด ทีมละ 20 ล้านบาท/ปี, ยามาฮ่า ลีกวัน 3 ล้านบาท/ปี และลีกภูมิภาค ทีมละ 1 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ภายหลังจากการแจ้งราคาขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในประเทศแล้ว ยังได้มีการหารือเกี่ยวกับการขายลิขสิทธิ์ไทยลีก ไปยังต่างดินแดนด้วย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเจรจา

ทั้งนี้ ในการแถลงข่าวขืนด้วยว่า ไม่ว่าผลการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ที่ส่อเค้ายืดเยื้อบานปลาย จะมีผลออกมาอย่างไร ก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ประโยชน์ และลิขสิทธิ์ในการออกอากาศสด ที่ลงนามบันทึกความเข้าใจนี้แต่อย่างใด