วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ข่าวคราวโปรแกรมบอลหัวมุมนี้แฟนผีขอบ่น! ว่าจะป่วยฤๅกันยิ่งนัก?

มุมนี้แฟนผีขอบ่น! ว่าจักเจ็บอะไรกันนักหนา?




ถ้าจักให้พูดวิเคราะห์บอลกันตามตรงเลย ในเวลาปกติก็จะเบื่อเวลามีโปรแกรมกลุ่มชาติ มาคั่นศึกฟุตบอลสโมสรจักตายอยู่ละ แต่ว่าในฐานะคนทำข่าวก็ต้องอดหลับอดนอนฝืนดูต่อไป แค่นั้นยังไม่พอนักเตะตัวหลักของพวกรักดันมาเจ็บอีก พูดได้คำเดียวครับว่า เซ็ง

ซึ่งเท่าที่ผมได้พูดคุยกับพี่ๆ ในที่ทำงานที่น่ารัก รวมถึงเพื่อนๆ ที่คลั่งไคล้พร้อมด้วยหลงไหลในกีฬาลูกหนังหลายๆ คน 100 ละ 90 ต่างก็จักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

  1. ศึกฟุตบอลเหล่าชาตินั้นไม่มีความสนุก
  2. ไม่มีความตื่นเต้นเลย 
  3. ไม่มีไรน่าลุ้น แถมน่าเบื่อซะด้วยซ้ำ 
  4. ใคร่ได้ดูฟุตบอลสโมสรศึกพรีเมียร์ลีกมากกว่า 


พร้อมกับผมก็เป็นคนส่วนใหญ่จำพวกนั้นด้วยเช่นเดียวกันครับ

ซึ่งต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า เนื่องจากว่าในอาทิตย์ที่เปลี่ยนมา นั้นมันเป็นเกมหมู่ชาติ ฉะนั้นการคิดหัวข้อที่จักเขียนให้มันเข้ากับบรรยากาศเหล่าชาตินี่มันลำบากเสียเหละบือเกิน อีกอย่างผมก็เชื่อว่าท่านผู้อ่านก็คงไม่ค่อยได้สนใจสักเท่าไหร่นักเช่นเดียวกัน ฉะนั้นวันนี้ ผมก็เลยขอใช้พื้นที่นี้เพื่อ บ่น ซะหน่อย

งั้นก็มาเกริ่นวิเคราะห์ผลบอลกันเลยดีกว่า ก็ไม่รู้ว่ามันจะเรียกว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ไปถึงไหนด้วยว่าสโมสร กลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งก่อนหน้าที่จักหยุดพบกับโปรแกรมบอลกรุ๊ปชาติ ก็มีตัวเจ็บ ตัวแบน บานตะไท ลิสต์ไล่ยาวเป็นหางว่าวอยู่แล้ว แต่ภายหลังข้ามสุดอาทิตย์ที่ข้ามมา กลุ่มปีศาจแดง ต้องเสียผู้เล่นตัวหลักไปอีก 3 ราย

มาตั้งต้นที่คนแรก ไมเคิ่ล คาร์ริค กองกลางตัวเก๋า ที่อุตส่าห์ถูกเรียกไปติดเหล่าชาติอังกฤษ อีกครั้งนึง แต่แล้วก็ต้องมาดวงแตก เพราะว่าได้รับบาดเจ็บบริเวณโคนขาหนีบระหว่างลงฝึกซ้อมกับทัพ เหล่าทรี ไลอ้อนส์ หลังลงไปวอร์มร่างกายสัมผัสพื้นหญ้าได้แค่ 20 นาทีเท่านั้น จนต้องขอถอนตัวจากการรับใช้บ้านเกิด พร้อมกับเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งนึงว่าจักต้องพักนานแค่ไหน




การที่จะกลับมาฟิตสมบูรณ์ เพื่อความหวังที่จักให้ใช้ประสบการณ์ประคองน้องๆ ดันมาเจ็บอีก เห็นแบบนี้แล้วก็ เครียด

ซึ่งสาวก หมู่เร้ด อาร์มี่ หลายคนอาจจะแย้งว่า เฮียคาร์ริค นี่ถือว่าเป็นตัวหลักของทีมแล้วหรอ?

ถ้าจักดู สภาพฝ่ายระยะนี้ ผมก็คงต้องแสดงว่าใช่แน่นอนครับ โปรดอย่าลืมว่า ทุกวันนี้กองหลังในทัพ ทีมปีศาจแดง เนี่ย แทบไม่เหละบือให้ใช้งาน ก็เพราะว่าแต่ละคนโดนโรคเดี้ยงรุมเร้ากันเป็นแถบ

และรวมไปถึงมิดฟิลด์ในวัย 33 ปีรายนี้ ก็น่าจะเป็นตัวเร่ำลือกในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ดีที่สุดแล้ว เหรอคุณคิดว่านักเตะอย่าง ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ เหมาะสมมากกว่าเอ่ย?

คนถัดมานี้ก็ดูจะสำคัญมากซะด้วยสิเพราะด้วย ดาบิด เด เคอา นายด่านผู้ช่วยเซฟแต้มสำคัญให้กับ เหล่ายูไนเต็ด ได้หลายต่อหลายครั้ง ในฤดูกาลนี้ ก็ดันไปเจ็บตอนเข้าแคมป์ฝึกซ้อมโปรแกรมฟุตบอลกับหมู่ชาติสเปน

เจ็บตรงไหนไม่เจ็บ ดันไปเจ็บที่อวัยวะที่ใช้ในการแม้ินของผู้รักษาประตูเพราะว่าตรงเลย ก็คือ นิ้ว.

ซึ่งเบื้องต้นถ้าจักวิเคราะห์ฟุตบอล ก็คาดว่าจะต้องพักถึง 4 อาทิตย์เลยทีเดียว กับถ้าสมมตเป็นแท้นั้น ทีมอสูรแดง นั้นจะไม่มีน้องลามะเฝ้าเสาในเกมที่ต้องบุกไปเยือน ทีมอาร์เซน่อล ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน รวมทั้งในนัดเปิดบ้านพบกับ กลุ่มฮัลล์ ซิตี้ ในวันที่ 29 พฤศจิกายน พร้อมทั้ง พวกสโต๊ค ซิตี้ ในวันที่ 2 ธันวาคม 57 นี้

พร้อมทั้งยังรวมไปถึงเกมที่โปรแกรมบอลต้องบุกไปเยือนหมู่ฟอร์มแรงซึ่งเป็นรองจ่าฝูงอยู่ในขณะนี้อย่าง ฝ่ายเซาธ์แฮมป์ตัน อีกด้วย




มองเผินอาจจักไม่มีอะไรนะ แต่ผู้รักษาประตูมือเจ็บนี้คือสาหัสเลยนะ


ในส่วนของแผงหลังที่มีอยู่ ก็ยังเจ็บระนาวไม่หาย ยังไม่พอจอมหนึบตัวหลักก็เดี้ยงอีก แต่เดี๋ยวก่อน ด้วยว่าแฟน กรุ๊ปปีศาจแดง สมมติคุณคิดว่านี่แย่แล้ว เรามีโปรโมชั่นพิเศษมอบให้คุณอีกครับ

พร้อมด้วยล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ก่อนที่ผมจะเปิดฝาเขียนสกู๊ปนี้ คณะชาติฮอลแลนด์ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเปิดบ้านยำสมันน้อยอย่าง คณะชาติลัตเวีย ไปเบาะผลบอล 6-0 ประตู

ซึ่งแน่นอนว่าแฟนทีมฟุตบอลชาวดัตซ์ รวมถึงแฟนบอลนักแทง ในบ้านเราก็คงจะพึงพอใจกับผลการแข่งขันดังกล่าว แต่หาใช่กับสาวก คณะปีศาจแดง เลย

เพราะว่าว่า ตัวสำคัญอย่าง ดาลี่ย์ บลินด์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ทั้ง

  1. ตำแหน่งกองกลาง
  2. กองหลัง 
  3. แบ็กซ้าย 


นั้นต้องมาเข่าพัง พร้อมด้วยคาดว่าต้องพักถึง 4-6 อาทิตย์เลยทีเดียว!




รายนี้โดนที่หัวเข่าแถมไม่ได้เจ็บเบาๆ ด้วยนะ แต่มันเกือบ 2 เดือนเลยนะ


ซึ่งถ้าตัวเจ็บบานเบอะขนาดนี้ ย้ำเตือนเลยว่าเครียดแทนการจัดทัพของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือที่มาดนิ่งที่สุดในปีนี้เลย

พร้อมด้วยก่อนที่จักเครียดแทน เฮีย เรามาทบทวนกันอีกรอบดีไหมเด็กๆ ว่าคณะปีศาจแดง ของเรามีใครเข้าโรงหมออยู่บ้าง ก่อนอื่นเอา 3 คนด้านบน ทดไว้ในใจก่อนนะครับ

ด้วยกันนี่คือลิสต์รายนามแข้งเดี้ยงของ กลุ่มยูไนเต็ด ก่อนโปรแกรมพวกชาติเพราะว่าเรียงจาก



ชื่อ - ส่วนที่เจ็บ - วันที่น่าจะกลับมาลงฝึกซ้อมได้


1.มาร์กอส โรโฮ - ไหล่ - 8 ธันวาคม 2014




2.ราฟาเอล ดา ซิลวา - กล้ามเนื้อ - 22 พฤศจิกายน 2014




3.แอชลี่ย์ ยัง - ขาหนีบ/สะโพก - ไม่อาจจะระบุได้




4.ฟิล โจนส์ - น่อง - 22 พฤศจิกายน 2014




5.ราดาเมล ฟัลเกา - น่อง - 22 พฤศจิกายน 2014




6.จอห์นนี่ อีแวนส์ - ข้อเท้า - 22 พฤศจิกายน 2014




7.เจสซี่ ลินการ์ด - เข่า - 29 พฤศจิกายน 2014



เพราะจากที่สรุปมีทั้งสิ้น 7 คน บวกอีก 3 คน ด้านบนนู้นน ที่เพิ่งจักลากกระเป๋าเข้าโรงพยาบาลแห่งความฝัน รวมเป็น 10 ราย เกือบจะจัดได้กรุ๊ปนึงเลยนะเนี่ย

กับไหนๆ ฟ้าก็กลั่นแกล้งขนาดนี้แล้ว ผมขอท้าให้เอาตัว อัดนาน ยานาไซ ไปอยู่ที่โรงหมอด้วยอีกรายเลยได้มั้ย จะได้ครบ 11 คนพอดี

เดินทางมาถึงสุดท้ายนี้ ก็อย่าลืมด้วยนะครับว่า โปรแกรมทีมชาติยังมีกลางสัปดาห์นี้ด้วยเห้อออ

ในช่วงเวลานี้ผมก็ต้องยกมือไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วละครับว่า อย่าได้ให้ใครเจ็บเพิ่มเติมอีกเลย ที่มีอยู่นี่ก็จักไม่เหโจษจันลายผลฟุตบอลแชมป์ลีก 20 ช่วงเวลาอยู่แล้ว สาธุๆ


เอร์เรร่านั้นเตรียมโบกมือลาคณะผีแดง ในสิ้นปีนี้




ทางด้านของ อังเดร เอร์เรร่า นักเตะในวัย 25 ปี ที่เพิ่งขนย้ายออกจาก กรุ๊ปแอธเลติก บิลเบา เพื่อมาซบที่ถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ด้วยค่าตอบแทนสูงถึง 24 ล้านปอนด์ แรกตั้งต้นเหมือนจักไปได้สวยภายใต้บังเหียน หลุยส์ ฟาน ฮาล กุนซือแดนกังหันลม แต่ผลงานระยะหลังดร็อปลงไปจนหลุดตำแหน่งตัวจริงๆในบางนัด แถมยังไม่ได้รับการการันตีใดๆ อีกแล้ว

จนถึงกระทั่งสื่อ ฟิกาเฆส สำนักข่าวชื่อดังแห่งแดนกระทิงดุได้อ้างว่า เอร์เรร่า หวั่นวิตกจะเอาอนาคตมาทิ้งบนเกาะอังกฤษ จึงมองความเป็นไปได้ที่ว่าจักเก็บข้าวของออกจากเมืองแมนเชสเตอร์ ในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสอง ในเดือนมกราคม ปี 2015 เพราะว่าพร้อมจักกลับคืนสู่ลา ลีกา อีกครั้ง

ซึ่งทางด้าน ฟาน ฮาล บิ๊กบอสพร้อมจัก ให้ความเป็นไทกองกลางสแปนิชอยู่เหมือนกันยอมหั่นราคาเหเลื่องลือแค่ 19 ล้านปอนด์ เพื่อขายสะดวกโยธินยิ่งขึ้นโดยหวังนำรายได้ดังกล่าวมาจัดซื้อเซนเตอร์ฮาล์ฟดี ๆ สักราย เข้ามาแก้จุดอ่อนในแผงหลัง เพื่อเป้าหมายติดท็อปโฟร์คว้าโควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ผลบอลลงมาเพ่งระเบียบที่ใช่ในใจ หลุยส์ฟานกัล

มาดูระบบที่ใช่ในใจ หลุยส์ฟานกัล




วิเคราะห์ผลบอล: ภายหลังที่ผลงานของทัพ หมู่ปีศาจแดง ครั้งสุดอาทิตย์ที่ทะลุทะลวงมา นั้นคือการเปิดบ้านเฉือนชนะ คณะคริสตัล พาเลซ ไปด้วยผลบอล 1 - 0 ซึ่งนั้นอาจดูไม่ใช่ผลงานที่น่าพอใจนักเพราะว่าแฟนบอลสักเท่าไหร่ แต่นี่เป็น 3 แต้มที่ทุกคนยอมรับได้จริงๆ ว่าล้ำค่าเหละบือเกินเพราะว่าเวลาช่วงนี้ ก็เพราะว่ามันทำให้เราขึ้นไปอยู่ถึงอันดับ 7 ของตารางเลยทีเดียว

พร้อมด้วยก่อนที่ เหล่าปีศาจแดง นั้นจักกรีฑาทัพลงสนามในแต่ละเกมนอกจากจะสร้างความลำบากใจในการทำงานให้กับผู้จัดการฝ่าย หลุยส์ ฟาน กัล แล้ว ก็ยังสร้างความอึดอัดใจให้กับแฟนบอลอย่างเราๆ ที่ต้องมาเกร็งตลอด 90 นาทีก็ว่าได้

เหตุด้วยแนวรุกที่ดีที่เป็นแถวหน้าของโลก แต่ตีบตันในหนทางในการส่งลูกไปกองก้นตาข่าย กับแนวรับที่เปื่อยยุ่ยยิ่งกว่ากระดาษทิชชู่ พร้อมเสียประตูได้ในทุกนาทีไม่ว่าคู่แข่งจักเก่งใช่ไหมอ่อนแค่ไหนก็ตาม ไม่เท่าเท่านั้น ยังโดนปัญหาอาการบาดเจ็บเข้าโถมจนแทบจะพิกลพิการ และบวกกับเรื่องนักเตะสมองลิงที่โดนไล่ออกไปแบบโง่ๆ จนตัวเลือเลื่องกน้อยลง นัดที่เจอกับกลุ่มส่วนล่างของตารางอย่าง พวกคริสตัล พาเลซ ทำให้หน้ากลัวไม่ต่างการเจอกับทีมท็อปโฟร์




ภาพนี้นี่คือแผนแรกที่ฟานกัลใช้ประเดิมทัวร์อเมริกา

ซึ่งถ้านับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา หลุยส์ ฟาน กัล นั้นได้เปลี่ยนแปลงกลุ่มจากเดิมไปมากมาย ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวผู้เล่น ที่เติมนักเตะฟุตบอลระดับโลกเข้ามา โละแข้งที่ไร้ประโยชน์ออกไป เปลี่ยนแปลงทีมงานเป็นคนที่ตนไว้ใจ แต่ยังคงเก็บคนเก่าแก่ที่รู้งานอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ เอาไว้ จัดการแต่งตั้งกัปตันกรุ๊ปคนใหม่เป็นคนที่น่าจักเหมาะสมที่สุดในทีมชุดนี้ ด้วยกันที่สำคัญปรับปรุงระบบการเล่นให้เหมาะสมกับพวกมากที่สุด

พร้อมด้วยข้อสุดท้ายนี่แหละที่ยากเย็นเข็ญใจเสียเหเล่าลือเกิน ก็เพราะว่าทุกวันนี้ ตัวหลุยส์ ของเรา เองก็ยังคงยอมรับว่าตนเองก็ยังตามหาแผนการเล่นที่ใช่ของ คณะปีศาจแดง ถัดจาก ถึงแม้ว่าจะเข้ามาควบคุมทีมเป็นเวลาเกือบครึ่งซีซั่นไปแล้วก็ตาม จากการเปลี่ยนแปลงพวกที่พังพินาศตราบใดซีซั่นก่อน

ที่ริเริ่มต้นด้วยการซ่อมด้วยการเติมอะไหล่ดีๆ เข้าไป จักเป็นต้องหาวิธีการทำงานให้ของเหล่านั้นทำงานไปด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูแล้วน่าจักเป็นงานหนักพอควร กับคงไม่ใช่ในเวลาอันสั้นแน่นอน แต่ก็ไม่ควรจบฤดูกาลมือเปล่าแบบซีซั่นที่แล้ว




ภาพระบบที่ฟานกัลปรับเปลี่ยนใช้งานช่วงทดลองกลุ่ม

เหตุด้วยแผนการแรกที่บรรจงวางเป็นระบบของเหล่าในศึก พรีเมียร์ลีกอังกฤษ คือแผนการเล่นที่ประสบผลสำเร็จอย่างยิ่งในการพากรุ๊ปชาติ ฮอลแลนด์ ของตนประกาศศักดาคว้าอันดับ 3 ของโลกได้ในการละเลงแข้ง เวิลด์คัพ ครั้งล่าสุดที่ดินแดนแซมบ้า


  • ซึ่งนั่นก็คือ 3-5-2 ที่เซ็นเตอร์ 3 คนที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากมายแต่มีความเข้าอกเข้าใจ การอ่านเกม การประสานงาน พร้อมกับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม 
  • ส่วนมิดฟิลด์ที่พ้นบอลได้ดี วิงแบ็กที่เติมเกมรุกได้สูงพร้อมกับวิ่งกลับได้ทัน พร้อมทั้งเปิดบอลได้แม่นยำ บวกกับสองหัวหอกที่ลอดบอลให้กันได้ดีกับมีความเร็วเป็นหลัก 
  • ทำให้ระบบนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับทีมในช่วง ปรี - ซีซั่น ที่สหรัฐอเมริกา พาหมู่ชนะได้หลายนัด พร้อมเกมรุกที่น่าตื่นตา แต่พอมาใช้แน่นอนในเกมอย่างเป็นทางการนัดแรก ก็ด้วยการพ่ายแพ้คาบ้านต่อ ฝ่ายสวอนซี ซิตี้ เป็นครั้งแรกในเรื่องราวศาสตร์


ด้วยกันด้วยตัวผู้เล่นที่ไม่พร้อม แนวรับที่ไม่เข้าขากัน พร้อมด้วยขาดประสบการณ์ แต่ทุกคนยังเชื่อในระบบ แต่กับอีก 3 เกมถัดมา 3-5-2 ก็ยังคงไม่อาจนำพาชัยชนะมาสู่พวกได้ แถมยังตกรอบ แคปิตอล วัน คัพ ด้วยการพ่ายแพ้กลุ่มรองบ่อนอย่าง หมู่เอ็มเค ดอนส์

ซึ่งผลสุดท้ายการที่ได้ มาร์กอส โรโฮ เข้ามามีบัญชีรายชื่อในหมู่ พร้อมทั้งการที่ฝ่ายมีหัวหอกระดับโลกอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ทำให้ ฟาน กัล เลิกดื้อแพ่ง และปรับระบบมาเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ไม่ก็แบบที่เราเรียกว่าเหลี่ยมเพชร ที่เริ่มต้นได้อย่างงดงามที่การไล่ยำ คณะควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ได้ถึง 4-0 เหมือนที่ควรจักเป็นไปตามฟอร์มของหมู่

เพราะว่าการเริ่มต้นต้นสวยงาม แต่เกมต่อมากลับมาสวยด้วย ก็เพราะว่าลูกกลุ่มซาตานกลับบุกไปจำนนพวกน้องใหม่อย่าง กลุ่มเลสเตอร์ ซิตี้ ผลบอล 5-3 ทั้งที่ออกนำไปก่อนถึง 3-1 แต่ด้วยความย่ำแย่แบบไม่น่าให้อภัยของแนวรับ ทำให้เหล่าต้องเสียประตูง่ายๆ แบบไม่น่าให้อภัยเช่นกัน นัดต่อมาก็กู้หน้าได้อีกครั้ง ด้วยการชนะ คณะเวสต์แฮม 2-1 ในโรงละครแห่งความฝัน แต่ก็ต้องสังเวยด้วยใบแดงของกัปตันกลุ่ม เวย์น รูนีย์




ภาพแท็กติก 11 ผู้เล่นตัวแน่ๆในฝันของสาวก คณะปีศาจแดง

ในเกมต่อมาระบบยังคงเดิม ทำให้เอาชนะ หมู่เอฟเวอร์ตัน ได้ต่อจากนั้น แต่ก็ยังมีปัญาหานักเตะบาดเจ็บตามมา ซึ่งตอนนั้นคือ ราดาเมล ฟัลเกา ที่ขึ้นต้นปรับตัวเข้ากับทีมได้บ้าง นั่นทำให้ ฟาน กัล ต้องปรับระบบอีกครั้งและคราวนี้ปรับมายืนเป็น 4-2-3-1 ยอดนิยม

พร้อมทั้งยังทำเป็นปรับเป็น 4-1-4-1 ได้ เพราะว่ามี โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ลูกรักยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า พร้อมด้วยตามมาด้วยการย่ำแย่ลงของพิษสงในแนวรุกของเหล่า รวมไปถึงการแจ้งเกิดของลูกรักคนที่สอง อัดนาน ยานาไซ เด็กคนนี้อาจมีอนาคตแน่ๆ แต่ดูจะยังไม่ใช่ปัจจุบันนี้

เพราะด้วยระบบนี้ไม่เอื้อให้ หมู่ปีศาจแดง ในการทำเกมรุกได้หลากหลายเหมือนระบบเหลี่ยมเพชร แต่เกมรับดูจะเหนียวขึ้น ไม่รู้ว่านั่นเพราะการขาด ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ ไปหรือไม่ก็เปล่า ซึ่งในเกมที่เจอกับ กลุ่มเวสต์บรอมวิช ก็เสมอ กลับมาเล่นในบ้านเจอ กลุ่มเชลซี ก็เสมอแบบฉิวเฉียด การออกไปเยือน ฝ่ายแมนฯ ซิตี้ ก็เจอหายนะอีกครั้ง ตราบใด คริส สมอลลิ่ง โดนใบแดง พร้อมการบาดเจ็บของ มาร์กอส โรโฮ ซึ่งการกลับมาจากโทษแบนของ เวย์น รูนีย์ ในเกมนี้ก็ไม่ช่วยอะไร กลุ่มยังคงแพ้ต่อไป

พร้อมด้วยเดินทางมาจนถึงนัดล่าสุดกับ คณะพาเลซ ระบบนี้ยังถูกนำมาใช้ ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเพราะ ฟาน กัล ต้องการความต่อเนื่องของตัวผู้เล่น ทำให้ลูกรัก ยานาไซ ยังได้ลงต่อเนื่อง สุดท้ายแม้จักชนะ แต่กุนซือชาวดัตช์น่าจะรู้แล้วว่า ระบบนี้ก็ยังไม่ใช่ เช่นกัน

เกี่ยวกับในโปรแกรมบอลนัดหน้าคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง เพื่อรองรับนักเตะที่จักกลับมาจากการบาดเจ็บ พร้อมกับต้องให้โอกาสบางคนที่ฟอร์มดีกว่าลงเล่น โชคดีที่มีเบรคพวกชาติให้พักหายใจเกือบ 2 อาทิตย์เต็ม แต่ หลุยส์ ฟาน กัล คงไม่ได้หยุดคงมีการบ้านเป็นกองภูเขาให้รับมือกันรองลงไป ซึ่งแฟนบอลอย่างเราๆ ก็ไม่ได้หวังอะไรมาก แค่หวังว่าจักดีขึ้นเท่านั้น


ฟุตบอล: แฟนบอล ยานาไซ อย่ามองนะ?

แฟนบอล ยานาไซ อย่าอ่านนะ?




เกี่ยวกับ 3 คะแนนสำคัญของ กลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากการคว้าชัยเหนือพวกรองบ่อนอย่าง กลุ่มคริสตัล พาเลซ 1 - 0 ครั้งสุดสัปดาห์ที่ตัดผ่านมา คงจักไม่เกิดขึ้นแน่ๆ สมมตอดีตดาวรุ่งที่ใครๆ ต่างก็พูดถึงครั้งช่วงต้นซีซั่นที่แล้วนามว่า อัดนาน ยานาไซ โลดแล่นอยู่ในสนามครบ 90 นาที

ซึ่งในนัดนี้ได้รับเสียงด่าอย่างมากโข เพราะว่าการวิเคราะห์ผลฟุตบอลฟอร์มการเล่นอันสุดแสนจักห่วยแตกของ อัดนาน ยานาไซ ในฤดูกาลนี้ หรือถ้าจะให้พูดยิ่งๆ ก็น่าจักเป็นมาตั้งแต่ช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้วละ ถ้าท่านผู้อ่านได้เคยติดตามงานเขียนของผมมาก่อน ก็คงจะทราบดีว่าผมนั้นเป็นแฟนบอล ฝ่ายปีศาจแดง แบบสุดลิ่มทิ่มประตูคนนึงเลยหละ ฉะนั้นการที่จะให้มาเขียนสกู๊ป ตำหนิติติงนักเตะพวกโปรดของตัวเอง บางหมู่ันก็ทำยากอยู่นะ แต่วันนี้มันถึงจุดแล้วยิ่ง ๆ




ภาพห่วยจนถูกหนังสือ Deviemag จับมาล้อ จาก Devilmag.com


พร้อมทั้งความนักแล้วผมต้องการจะเขียนถึงข่าวแมนยู ตัว ยานาไซ มาตั้งแต่ 2 - 3 เกมก่อนหน้านี้แล้วนะ แต่ก็คิดว่าอะ ลองให้โอกาสมันดูอีกสักหน่อยละกันวะ อีกอย่างตอนนั้นสาวกผู้คลั่งไคล้ในตัวของดาวเตะหน้าหล่อรายนี้ ใช่ไหมที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ติ่ง ก็ยังค่อนข้างท่วมท้นอยู่ ฉะนั้นโอกาสที่ผมจักโดนติ่งเหล่านั้นรุมโทรมด้วยคำหยาบคายมีค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ซึ่งผมจึงเโจษกที่จักเลี่ยงไปก่อน แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน ติ่ง ทั้งหลายก็เริ่มทำได้เห็นธาตุแท้ของไอหนูขี้เก๊กรายนี้ ชัดขึ้นๆ เรื่อยๆ จากที่เคยหลง ก็เหโจษแค่รัก จากที่เคยรัก ก็เหเล่าลือแค่ชอบ จากที่เคยชอบ กลับกลายเป็นเฉยๆ จนทุกวันนี้บางคนเกลียดแล้วด้วยซ้ำ

ก็เพราะว่าเหตุนี้ วันนี้ผมขอพูดถึงจอมเลี้ยงร่างอ้อนแอ้นสักหน่อยเถอะ มันอดรนทนไม่ไหวแล้วแน่ๆๆ เกี่ยวกับฟอร์มการเล่นแบบฉายเดี่ยว กรูเก่งคนเดียว ไม่คิดจักส่งให้ใคร ยิงทิ้งยิงขว้าง ยึกๆ ยักๆ เล่นมากจังหวะ ทำลูกง่ายให้เป็นลูกยาก ลากถึงเส้นหลังแล้วไม่เปิด แต่เจือกล็อกกลับหลัง พร้อมทั้งจบด้วยการยึกๆ ยักๆ พร้อมกับอีกหลากหลายร้อยสิ่งที่เขาทำให้เกมรุกของ กลุ่มปีศาจแดง นั้นเพลาฤทธิ์เดชลงไป

และผมก็มั่นใจอีกว่า ไม่ใช่ผมคนเดียวที่เป็น ประชาชนทนไม่ไหว ที่ต้องขออกมาต่อต้านการส่ง ยานาไซ ลงเล่นเป็นตัวสุทธิ เพราะว่าเท่าที่ตามอ่านความคิดเห็นของเหล่าบรรดาสาวก ฝ่ายอสูรแดง ในสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะทั้ง

  1. ทาง เฟสบุ๊ก
  2. ทาง ทวิตเตอร์
  3. ทาง อินสตราแกรม 
  4. ทาง กระทู้ตามเว็บบอร์ดต่างๆ 


ซึ่งแฟนผีร้อยละ 80 ต่างก็ออกมาด่า ยานาไซ ซะเละเทะไม่มีชิ้นดี




ภาพจาก Devilmag ขอขอบคุณภาพจาก Devilmag.com

ซึงสำหรับติ่งของ ยานาไซ บางท่านอาจจะอ้างว่า โหยย ก็คนไทยมันขึ้นชื่อเรื่อง เกรียนคีย์บอร์ด อยู่แล้วนี่หว่า มันก็ต้องด่ากันอยู่แล้ว ผมจักสาธยายว่าที่อังกฤษเอง เขาก็คิดกันอย่างนี้ครับ ขนาดสาวกอสูรวัยขบเผาะนามว่า ชาร์ลี ยังต่อว่าปีกจอมยึกยักรายนี้เลยครับ ถ้าไม่เชื่อ ผมมีคลิปมาให้ดู



จะรู้สึกอายเด็กมันบ้างไหมนะ

ซึ่งเจ้าหนูน้อยชาร์ลีผู้น่ารักได้ให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะที่ กรุ๊ปปีศาจแดง นั้นมีเหนือ หมู่ปราสาทเรือนแก้วผลบอล 1 - 0 ว่า 3 คะแนนในวันนี้สำคัญต่อเหล่าอย่างมาก แต่เกมของเรายังค่อนข้างช้าอยู่ เพราะเฉพาะ ยานาไซ เขาเล่นบอลได้ช้ามาก ทำเกมเสียจังหวะตลอด เขาคือจุดอ่อนของทีม ด้วยกันก่อนที่ ชาร์ลี จะไปวิพากษ์วิจารณ์ อังเคล ดิ มาเรีย พร้อมกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ต่อ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นของเราแล้วหละ 5555

ก็ได้เขียนมาถึงตรงนี้แล้ว ผมก็นึกได้คุ้นๆ เหมือนกับว่า ผมเคยเขียนเรื่องราวของเขามาแล้วทีนึง ตอนช่วงต้นฤดูกาล กาลสมัยที่เพิ่งจักได้รับเสื้อหมายเลข 11 เลยลองกลับไปขุดหาดู ปรากฏว่า เห้ย นักๆ ด้วยตอนนั้นผมเขียนไว้ ว่าด้วยเรื่องของ ชื่อชั้นที่ยังไม่สมควรจะมาใส่เบอร์ 11 ต่อจาก แข้งระดับตำนานอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ ก็เพราะว่ามันจะทำให้เด็กหนุ่มวัยแค่ 19 ปี ต้องแบกรับความกดดันไว้มหาศาลนั่นเอง พร้อมด้วยดูเหมือนว่าเวลานี้ สิ่งที่ผมคิดไว้ในตอนนั้นมันจักถูกต้องเสียด้วย

พร้อมทั้งนอกจากนี้ในบทความนั้น มีใจความท่อนนึงผมเขียนไว้ว่า ผมรู้สึกว่า ยานาไซ ไม่ได้เก่งขนาดนั้น แต่กลับถูกมองว่าเก่ง พร้อมกับให้ราคาจนเกินตัวไปท่วมท้นมาก สิ่งที่ผมจักพูดต่อจากนั้นอาจทำร้ายจิตใจแฟนผี แต่โปรดยอมรับเถอะครับว่า ราฮีม สเตอร์ริ่ง ปีกกึ่งกองหน้าของ ฝ่ายหงส์แดง ลิเวอร์พูล คู่กัดตลอดกาลของ กลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถูกดันขึ้นมาสู่กรุ๊ปชุดใหญ่พร้อมๆ กับ ยานาไซ มีการพัฒนาที่มากกว่า พร้อมด้วยดูดีมีอนาคตกว่าอย่างยิ่ง

ซึ่งถ้าสมมตใครจะพูดว่าผมอคติกับดาวรุ่งขวัญใจแฟนผีรายนี้ ผมก็คงต้องขอน้อมรับไว้ แต่ผมคิดว่าฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวก็น่าจักตอบโจทย์ทุกอย่างได้แล้ว ไม่ว่าจักเป็นการเล่นมากจังหวะ การหวงบอล การยิงเพราะว่าไม่หวังผล ซึ่งสมมต ยานาไซ ไม่ยอมปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นของตัวเอง อนาคตคงก้าวต่อไปลำยากแน่ๆ

ถ้าจักนับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก ทะลุไปแล้วอีก 10 นัด ความคิดของผมที่มีต่อ ยานาไซ ก็ยังคงเดิม แถมขอยอมรับตรงๆ ด้วยเลยว่า ตั้งต้นจะมีความเกลียดเข้ามาเจือปนแล้วด้วยซ้ำ





ภาพเกมแรกในฝ่ายชุดใหญ่ อย่างไม่เป็นทางการ ของ ยานาไซ ก็คือการมาโชว์ความพริ้วที่แดนสยามนี่เอง

ซึ่งถ้าหาก ลองย้อนกลับไปตราบใดฤดูกาลที่แล้ว เวลาที่ยังไม่มีใครรู้จักมากนัก เจ้าตัวได้รับโอกาสให้ลงเล่นในช่วง พรี - ซีซั่น กับก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว รวมถึงได้ลงเล่นในการมาทัวร์เมืองไทยด้วย เกมนั้นเล่นดีมากๆ ส่วนเกมที่ได้ลงประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่อย่างเป็นทางการเลยก็คือการลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ของ แอชลี่ย์ ยัง ในนาทีที่ 68 เกมนั้นพลพรรค เหล่าเร้ด เดวิลส์ ได้เอาชนะ พวกคริสตัล พาเลซ ไปได้ 2-0 ด้วยกันเจ้าตัวก็ยังทำผลงานได้ไม่เลว

พร้อมด้วยภายหลังนั้น เกมที่ถือว่าเป็นการแจ้งเกิดให้ ยานาไซ อย่างเต็มตัวก็มาถึง พอเขาถูก เดวิด มอยส์ ส่งลงเป็นตัวแน่ๆครั้งแรกในเกมที่พบกับ กลุ่มซันเดอร์แลนด์ เพราะว่าเจ้าตัวเหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ต้นสังกัดสร้างปาฏิหาริย์พลิกนรกจากที่ตามหลังอยู่ 1 - 0 กลับมาชนะได้ 2 - 1 พร้อมกับภายหลังเกมนั้นเองผู้คนทั้งหลายต่างพากันสรรเสริญเขา สื่อหลายสำนักรุมสัมภาษณ์ สโมสรยักษ์ใหญ่เริ่มตามจีบ พร้อมทั้งหลายคนอาจมองว่าเป็นเกมแจ้งเกิด แต่เนื่องด้วยผมมันคือจุดที่ทำให้วัยรุ่นคนนี้ สมาธิแตกกระเจิงเสียมากกว่า เพราะว่าเฉพาะอย่างยิ่ง เขาไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของกุนซือจอมเฮี้ยบอย่างโค้ช เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เสียด้วย




คลิปเกมแจ้งเกิดของตัว ยานาไซ

ซึ่งไม่กี่วันถัดมาโปรแกรมบอล ภายหลังเกมดังกล่าวด้านบน หมู่ปีศาจแดง ก็จัดการมอบให้คำมั่นฉบับใหม่ระยะยาวถึง 5 ปี พร้อมค่าจ้างสูงถึง 60,000 ปอนด์หรือว่าคาดว่า 3 ล้านบาท ต่อสัปดาห์ พร้อมเงินกินเปล่าค่าเซ็นคำมั่นที่เด็กอายุ 18 ปีจักได้เอาไปใช้ฟรีๆ อีก 5 ล้านปอนด์หรือไม่ก็ประมาณ 250 ล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีวัยกะเตาะเช่นชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว

ด้วยกันผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่า มีใครได้สังเกตุเหมือนผมใช่ไหมไม่ว่า ตั้งแต่ อัดนาน สะบัดน้ำหมึกพร้อมรับค่าจ้างมหาศาล เจ้าตัวก็เปลี่ยนไป ทั้งการแต่งตัว การวางตัว รวมถึงฟอร์มการเล่นในสนามบอล


พูดแบบไม่อ้อมเลยก็คือ ขี้เก๊ก ขี้แอ็ค ขี้เลี้ยง กว่าเดิมอื้อซ่ามากๆ เลย กับอย่างที่บอกละครับ พอมาในฤดูกาลนี้ เขาได้สวมเบอร์ 11 อีกด้วย ผมคิดว่าทำให้เจ้าตัวรู้สึกว่าตัวเองยิ่งมีความสำคัญกับหมู่ บวกกับแรงกดดัน ฟอร์มมันถึงออกมาได้ห่วยแตกแบบสุดลิ่มทิ่มประตูแบบนี้นี่ละครับ แถวบ้านผมเขาเรียกอาการแบบนี้ว่า ทองลอก ครับ ความหมายก็คือคนที่ดี นานวันไปก็กลับกลายเป็นคนเลว อะไรคะเนนั้น แต่ในกรณีนี้ ผมไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่า มันเคยมี ทอง อยู่ในตัวเจ้าเด็กนี่มาก่อนเหรอเปล่าด้วยซ้ำ




ภาพเซ็นข้อผูกพันยิ้มแป้น รับทรัพย์พร้อมด้วยเงินก้อนโต

ซึ่งอีกประเด็นนึงที่ตะกลามจะเขียนถึงแต่ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวยาวก็คือ มีหลายคน บอกให้ทราบว่า ให้ดู โรนัลโด้ ตอนมาใหม่ๆ สิ มันก็ขี้เลี้ยงอย่างนี้แหละ เดี๋ยวสักวัน ยานาไซ ก็อาจจะเป็นถึงระดับโด้ได้บ้าง โอ้ยยย นักครับที่ตอนนั้น เจ็ทโด้ มันขี้เลี้ยง แต่ขอโทษ ทรงมันดีกว่านี้ด้วยซ้ำ ทำไมไม่ลองไปเทียบพวกขี้เลี้ยงแบบ นานี่ เบเบ้ ดูบ้างละครับ?

พร้อมทั้งผมขอพูดตรงนี้เลยว่าตัวของ ยานาไซ ไม่มีทางเหมือน โรนัลโด้ แค่ใกล้เคียงยังไม่มีวันเลยด้วยซ้ำ ผมรับประกัน

สิ่งสุดท้ายนี้ แม้ว่า ยานาไซ จักเป็นคนที่ผมชอบน้อยที่สุด ในกรุ๊ป ณ เวลานี้ แต่ในฐานะที่ผมคือสาวก กรุ๊ปปีศาจแดง ฉะนั้นตราบใดที่แข้งวัยกะเตาะรายนี้ยังคงอยู่ในกลุ่ม เราก็คือสายเร่ำลือดเดียวกัน ผมก็ขอเอาใจช่วยให้ปีกหมู่ชาติเบลเยี่ยม ก้าวข้ามความกดดันในการสวมเสื้อเบอร์ 11 ต่อจากตำนาน ปีกขนดก ไปให้ได้

พร้อมทั้งรวมถึงต้องพยายามปรับเปลี่ยนทัศนคติในการเล่น และเร่งพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้นกว่าเดิมในตารางพรีเมียร์ลีกด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือ หลุยส์ ฟาน กัล ช่วยอย่าส่งมันลงตัวแน่ๆบ่อยนักได้มั้ยวะ จับมันดองข้างสนาม พร้อมๆ กับลูกรักของคุณอย่าง ฟาน เพอร์ซี่ ด้วยก็จะดีมาก

ชิน ชินพัฒน์

เขียนโดย : Giggsmanu11

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์ผลบอลกู่เรียกได้ว่ากลายเป็นยังไม่ตายหนังคนละบิดเพื่อศึกพรีเมียร์ลีก

เรียกได้ว่ากลายเป็นหนังคนละม้วน




เมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นการขับเคี่ยวลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกถือว่าตื่นเต้นและคู่คี่สูสีที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีมา ชนิดที่ว่ากว่าจะเหลือแคนดิเดตสองทีมที่ได้ชิงดำกันจริงๆ ก็แทบจะไม่กี่นัดสุดท้ายแล้ว

แต่ว่าการวางมือของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจบฤดูกาล 2012 - 2013 ได้สร้างแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่ต่อโฉมหน้าของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

ซึ่งในระหว่างฤดูกาลที่แล้ว สำหรับตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกมีการเปลี่ยนมือถึง 25 ครั้ง เมื่อเทียบกับแค่ 4 ครั้ง ในฤดูกาลก่อนหน้านั้น และถือเป็นการเปลี่ยนทีมนำบนหัวตารางมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของรายการ รองจาก 29 ครั้งในฤดูกาล 2001 - 2002

โดยหลังจากที่หมดยุคของ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การกุมบังเหียนของ โค้ชอย่างเฟอร์กี้ เดวิด มอยส์ และไม่สามารถประคับประคองทีมชุดแชมป์ให้คงผลงานเอาไว้ได้ ผลก็คือปิศาจแดงทำผลงานกระท่อนกระแท่น จนกลายเป็นทีมที่หมดลุ้นแชมป์ไปอย่างรวดเร็ว

ซึ่งนั่นเท่ากับทำทีมลุ้นแชมป์ทีมอื่นๆ หมดคู่แข่งไปหนึ่ง และเป็น ทีมอาร์เซนอลที่เริ่มออกตัวได้แรงกว่าใครในโค้งแรก ถือเป็นปีที่ปืนใหญ่ยืนระยะรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีเอาไว้ได้ยาวนานกว่าที่เคย แต่สุดท้ายอาร์แซน เวนเกอร์ก็รับมือกับปัญหานักเตะตัวหลักๆ เจ็บ และผลงานที่ดร็อปลง ในที่สุดไม่ไหว จนต้องกลับมาลุ้นท็อปโฟร์เหมือนเคยเมื่อผ่านเข้าผ่านสู่ช่วงควอเตอร์สุดท้ายของฤดูกาล




สำหรับทีมเชลซีที่ได้โค้ชอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ นั้นกลับมาคุมทีมอีกครั้ง ตั้งความหวังไว้สูงเช่นกัน และยอดกุนซือแสบก็นำทีมสร้างผลงานได้อย่างคงเส้นคงวาที่สุดทีมหนึ่งในปีที่แล้ว เพราะป้วนเปี้ยนอยู่ระหว่างอันดับ 1 - 4 ถึง 37 จาก 38 นัด แต่แม้จะเบียดขึ้นมาครองจ่าฝูงได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และ เดือนมีนาคม

เพียงแต่ว่าการกาวิเคราะห์บอลสะดุดแพ้ถึง 3 จาก 6 นัดในช่วงโค้งสุดท้าย ก็ทำให้ ทีมสิงห์ครามหลุดวงโคจรไป

ตามมาด้วยทีมลิเวอร์พูล ที่ได้กลายเป็นทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์ได้มากที่สุด เมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ ได้ระเบิดฟอร์มออกมาอย่างพีกสุดๆ ส่วนนักเตะคนอื่นๆ ก็โชว์ฟอร์มกันได้อย่างดี ทำให้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นำทีมลุ้นแชมป์ได้อย่างเต็มตัว หลังจากไม่ได้อยู่ตรงจุดนี้มานานหลายปี

ซึ่งการที่ชนะ 11 นัดรวด ในระหว่างนัดที่ 25 - 35 ของฤดูกาล ทำให้ทีมหงส์แดงกุมความได้เปรียบเอาไว้ในมือ ก่อนที่การลื่นแห่งฤดูกาลของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในเกมกับ ทีมเชลซี จะกลายเป็นจุดพลิกผันขึ้นในที่สุด



ตามมาด้วยทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ค่อยๆ ทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะได้ขึ้นไปแตะจ่าฝูงแค่ไม่กี่นัดก่อนหน้านั้น ก็ได้กลายเป็นตาอยู่หยิบชิ้นปลามันไปกิน จากการชนะรวดใน 5 นัดสุดท้าย และการขึ้นนั่งจ่าฝูงเพียงแค่ 3 เกมหลังสุด ก็เพียงพอสำหรับ ที่ทีมเรือใบสีฟ้าที่จะแล่นเข้าสู่เส้นชัย ปล่อยให้หงส์แดงต้องชอกช้ำ เพราะดันไปเสมอ ทีมคริสตัล พาเลซ 3-3 ในนัดรองสุดท้าย ทั้งที่นำห่าง 3-0 ก่อน

และฤดูกาลนี้หลายคนวาดภาพว่าการขับเคี่ยวลุ้นแชมป์ฟุตบอลคงจะสนุกตื่นเต้นและเร้าใจไม่แพ้ปีก่อน เพราะแต่ละทีมน่าจะมาปล่อยของกันเต็มที่กว่าเดิม และ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ก็น่าจะกลับมาร่วมวงได้ หลังจากได้กุนซือมือดีอย่าง หลุยส์ ฟาน ฮัล เข้ามากอบกู้

โดยที่โค้ช มานูเอล เปเญกรินี่ ที่พา ทีมแมนฯ ซิตี้คว้าดับเบิ้ลแชมป์พรีเมียร์ลีกและลีกคัพตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาคุมทีม คงจะมีดีอะไรมาโชว์ให้เห็นกันอีก ส่วน ทีมอาร์เซนอล ที่ปลดล็อกแชมป์แรกในรอบ 9 ปีได้ ก็คงจะมั่นใจมากขึ้นในการกลับมาแก้มือในปีนี้

ซึ่งทีมลิเวอร์พูล ดูจะต้องลุ้นมากกว่าเพื่อนเพราะเสียหัวใจหลักของทีมอย่างซัวเรซไป แต่ผลงานของร็อดเจอร์สที่ทำไว้ในปีก่อนจนได้รับคำชมอย่างมาก ก็น่าจะทำให้ ทีมหงส์แดงสานต่อฟอร์มที่ดีเอาไว้ได้

ซึ่งทีมที่รอเสียบเข้าท็อปโฟร์อย่าง ทีมสเปอร์ส และ ทีมเอฟเวอร์ตัน ก็น่าจะเป็นตัวแปรให้การลุ้นสนุกขึ้นเช่นเดียวกับปีที่แล้ว

เพียงแต่ว่า เมื่อเอาเข้าจริงๆ หลังจากผ่านไปแค่ 11 นัดแรกของฤดูกาลนี้ ทีมเชลซี กลับกลายเป็นเต็งหามที่จะเข้าป้ายแชมป์แบบนอนมาไปซะแล้ว เมื่อ โค้ชมูรินโญ่ที่เข้ามาปรับจูนทุกอย่างจนเข้าที่แล้วเมื่อปีก่อน นำทีมสร้างผลงานได้อย่างเด็ดขาดในปีนี้




สำหรับทีมสิงห์ครามนั้น นั่งแป้นจ่าฝูงมาตั้งแต่แข่งนัดแรกจบ และไม่ยอมลงจากบัลลังก์เลยจนถึงตอนนี้ ด้วยสถิติชนะ 9 เสมอ 2 ขณะที่คู่แข่งทีมอื่นๆ ไม่เข้ารกเข้าพง ก็ยืนระยะโชว์ฟอร์มสวยๆ ได้แต่ 2-3 นัด ก็เหี่ยวปลายตายธรรมชาติไปชนิดที่นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ

สถานการณ์ของทีมแมนฯ ยูไนเต็ด นั้นไม่ฟื้นกลับมาอย่างที่หลายคนคาดหวัง จน ฟาน ฮัล เองยังต้องออกมายอมรับว่าตัดสินใจพลาด ที่มัวแต่คิดเรื่องจะทดลองระบบใหม่ๆ กับทีม ทั้งที่นักเตะไม่คุ้นเคยและปรับตัวไม่ได้กับระบบของเขา

ทางด้าน อาร์เซ เวนเกอร์ ได้ถอดใจไวกว่าเพื่อน ยอมยกธงขาวว่า ทีมอาร์เซนอล หรือ ทีมไหนๆ ก็คงไม่มีปัญญาแย่งแชมป์กับ ทีมเชลซีได้ในปีนี้ หลังโดนปัญหานักเตะเดี้ยงระนาวเล่นงานแต่หัววัน ส่วนคนที่ไม่เจ็บก็ดันทำฟอร์มเก่งหายไปหมด

ตัวของ ร็อดเจอร์ส เองนั้นก็โดนไปอ่วมจากฟอร์มการเล่นของทีมที่แตกต่างจากปีก่อนมาก หลังจากที่กุนซือหงส์แดงโดนสับเละที่ไม่มีปัญญาเลือกตัวแทนของซัวเรซได้ดีไปกว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ยังทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลยนับตั้งแต่ย้ายมา




และในขณะที่ตารางบอล ทีมแมนฯ ซิตี้ ที่ทำท่าเหมือนจะมาดีสมศักดิ์ศรีแชมป์เก่า ก็ไม่มีอะไรเปรี้ยงปร้าง แถมฟอร์มยังดร็อปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อดาวเตะตัวหลักๆ โชว์ฟอร์มกันไม่ออก แถมปัญหาในการลงเตะแชมเปี้ยนส์ลีกที่ทีมทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ก็ดูจะส่งผลกระทบมาถึงฟอร์มในลีกของทีมด้วย

ซึ่งเดินทางมาจนถึงตอนนี้ภาพของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้จึงผิดกับที่หลายคนวาดเอาไว้มาก เพราะถ้าไม่เกิดอาเพศอะไรขึ้นมากับเชลซี ก็ยังมองไม่เห็นว่าใครจะมาหยุดสิงโตสีครามได้อยู่

สำหรับ ทีมเซาธ์แฮมป์ตัน ที่กลายเป็นทีมม้ามืดที่ฟอร์มพุ่งแรงแบบเซอร์ไพรส์ ทั้งที่เสียทั้งดาวเตะดังๆ และกุนซือฝีมือดีไปในช่วงซัมเมอร์ แถมยังออกสตาร์ตฤดูกาลได้แบบง่อนแง่นเต็มที

เพียงแต่หลังจากนั้น ทีมนักบุญก็ชนะอย่างต่อเนื่องด้วยฟอร์มการเล่นที่มีคุณภาพ และกลายเป็นทีมที่ทำแต้มไล่บี้ทีมเชลซีมากที่สุด โดยตามหลังแค่ 4 คะแนนเท่านั้น




ตามมาด้วยทีมเวสต์แฮมที่ต้องร่วมวงหนีตกชั้นอยู่พักใหญ่เมื่อปีก่อน เป็นอีกทีมที่ออกสตาร์ตแย่แต่มาฟอร์มดีในช่วงหลัง และขึ้นมาติดท็อปโฟร์เฉย ยังไม่รวมสวอนซีที่อยู่ที่ 5 และ ทีมนิวคาสเซิลที่มาโกยคะแนนในนัดหลังๆ จนขยับจากทีมบ๊วยขึ้นมาอยู่ที่ 8 แล้ว

ซึ่งทั้ง ทีมอาร์เซนอล, ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด และ ทีมลิเวอร์พูล นั้นยังอยู่นอกกลุ่มท็อปโฟร์ และดูจากแต้มที่โดนทิ้งห่างกัน 10 กว่าคะแนนขึ้นไปแล้ว คงจะไปฮึดไปเบียดแย่งแชมป์กับ ทีมเชลซี ยากเต็มที เหลือก็แค่ ทีมแมนฯ ซิตี้ ที่ยังพอได้ลุ้นอยู่ แต่ก็คงต้องเค้นฟอร์มที่ดีกว่านี้มากๆ ออกมา และต้องลุ้นให้ ทีมเชลซีฟอร์มหลุดกระจุยกระจายด้วย

และถ้าหากจะพูดได้ว่าคงยากที่จะเห็นมูรินโญ่ปล่อยให้ความได้เปรียบขนาดนี้หลุดมือไป และถ้าไม่มีจุดพลิกผันที่มโหฬารจริงๆ การลุ้นแชมป์ไฮไลท์ฟุตบอลปีนี้คงจะกลับไปจืดชืดเหมือนเดิม และความมันน่าจะอยู่ที่การลุ้นอันดับท็อปโฟร์กันมากกว่า

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ฟุตบอล:การต่อสู้ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สัปดาห์ที่11

ตัวของเพอร์ซี่รับโดนป๋าหลอกว่าจักอยู่คุมผีต่อ ก่อนที่จักรีไทร์หนี




ภายหลังที่ อาร์วีพี ได้รับเองกับปากวิเคราะห์ผลบอลว่า โดนป๋า เฟอร์กี้ สับขาหลอก เฟุ้งเฟื่องกเลื่อนมา คณะผี เพราะเจ้าตัวรายงานจะคุมเหล่าอีกอย่างน้อย 3 ปี พร้อมยอมรับฟอร์มปัจจุบันของตัวเองยังไม่ดี ต้องรีบแก้ไขด่วน

ซึ่ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงมากประสบการณ์ของสโมสร คณะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระลึกเรื่องราวในความหลัง แฉหลังจากถูก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เป็นอดีตตำนานกุนซือ เหล่าปีศาจแดง ได้สับขาหลอก ลั่นตัดสินใจเขยิบมาอยู่ ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพราะว่าป๋า เฟอร์กี้ นั้นเสนอจะคุมทีมอีกอย่างน้อย 3 ปี ก่อนจักเระบือกรีไทร์แบบสายฟ้าแลบ พร้อมยอมรับผลงานการเล่นของตัวเอง ณ ปัจจุบันนี้เข้าขั้นสอบตก ต้องรีบเค้นฟอร์มด่วน

โดยขณะ อาร์วีพี ได้เปิดปริปากว่า สิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจขยับมาอยู่กับ แหมู่มนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ก็เพราะว่าการได้ร่วมงานกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เขาย้ำเตือนกับผมด้วยตัวเองว่า เขาจักอยู่กำกับหมู่อีกอย่างน้อย 3 ปี ซึ่งผมชอบวิธีการทำงานของเขามากๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราพ่ายคู่แข่งคาบ้าน 1-2 เขาหัวเสียอย่างมาก ทั้งที่ในตอนนั้นเรามีแต้มห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมคู่แข่งแย่งแชมป์อยู่ถึง 15 คะแนน มันทำให้ผมเข้าใจได้ทันทีว่า เขาเกิดมาเพื่อเป็นผู้ชนะเท่านั้น

พร้อมกับนอกจากนี้ ตัวของ เพอร์ซี่ ยังพูดถึงผลงานของตัวเองในฤดูกาลนี้ว่า ในการยิง 3 ประตูจากการเล่น 9 เกม มันยังดีไม่พอ ในเกมกับ พวกเชลซี ผมมีโอกาสทำประตูใสๆ ซึ่งตอนนั้นผมมีทางเละบือกอยู่ 3 ทาง ทางที่ 1 คือ ชิพบอลข้ามตัวผู้รักษาประตู ทางที่ 2 คือเลี้ยงหลบ กับทางที่ 3 คือซัดตรงๆ เข้าไปเลย ผมดันไปเลยทางสุดท้ายพร้อมด้วยมันดันติดเซฟ ถ้าผมไม่คิดมาก ผมคงเเล่าลือกชิพข้ามผู้รักษาประตูไปแล้ว สิ่งที่ผมต้องทำขณะนี้คือต้องกลับมาเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเองอีกครั้ง

เป็นเรื่องหลัง เกมพลิก ทำให้พวกปืนมีลุ้นซิวฮุมเมิ่ลส์




โดยที่สื่อฟุตบอลออนไลน์ได้ระบุว่า ฮุมเมิ่ลส์ นั้นไม่รังเกียจที่จะเก็บข้าวของยักย้ายไปซบตัก ฝ่ายอาร์เซน่อล เพราะว่ามีรายงานว่าบอร์ดบริหาร ปืนโต จะแก้ไขปัญหาแนวรับด้วยการยื่นข้อเสนอทาบทาม มกราคมนี้

ซึ่งทางด้าน มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ ที่รักษาปราการหลังตัวแกร่งของ ทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์ ฝ่ายชื่อดังแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน ยังคงตกเป็นข่าวเรื่องของการยักรังอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด มีรายงานว่าเจ้าตัวมีความยินดีอยู่ไม่น้อยที่จะเก็บข้าวของเขยื้อนไปอยู่กับ กรุ๊ปอาร์เซน่อล ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงเปิดตลาดเดือน มกราคมที่จักถึงนี้ ถึงแม้ว่าที่เปลี่ยนมาเจ้าตัวจะเคยตกเป็นข่าวพัวพันกับ พวกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาตลอดก็ตาม

ภายหลังที่ ดาวเตะวัย 25 ได้ถูกประเมินค่าตัวขั้นต่ำไว้ราวๆ 30 ล้านปอนด์หรือคร่าวๆ 1,650 ล้านบาท เพราะว่าเจ้าตัวก็ยังไม่ปริปากพูดถึงอนาคตการค้าแข้งของตัวเองอย่างชัดเจน ทำให้ พวกอาร์เซน่อล ที่กำลังมีปัญหาอย่างหนักในเรื่องของแนวรับ อาจยื่นข้อเสนอเข้าทาบทามอย่างเป็นทางการในช่วงเปิดตลาดเดือน มกราคมนี้ ซึ่งตัวของ ฮุมเมิ่ลส์ เองก็เหมือนมีท่าทีทะเยอทะยานเคลื่อนมาสัมผัสประสบการณ์ในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เช่นกัน

พร้อมทั้งทั้งนี้ ผลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า เหล่าแมนฯ ยูฯ จะเบนเข็มไปไล่ล่า รอน ฟลาร์ ปราการหลังตัวเก๋าของ ฝ่ายแอสตัน วิลล่า เข้ามาเสริมทัพอย่างเต็มตัว

ด้านโกมิสได้โขกประตูชัย ให้เหล่าหงส์ขาวพลิกแซง พวกปืนใหญ่ 2-1




  • ศึกบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2014-2015 นัดที่ 11
  • แข่งวันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2557
  • ฝ่ายสวอนซี ซิตี้ 2-1 กรุ๊ปอาร์เซน่อล
  • แข่งที่สนาม : ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม
  • กรรมการผู้ตัดสิน : ฟิล ดาวด์


ภายหลังที่เกมผ่านมากว่า 15 นาที ทั้งคู่นั้นยังทำอะไรกันไม่ได้ ซึ่งเจ้าบ้านมีสิทธิจักได้ลุ้นมากกว่า แต่เกมรับของ ทีมอาร์เซน่อลยังไร้ข้อผิดพลาด

ในนาทีที่ 20 มอนเตโร่ ได้สับไกบริเวณฝั่งซ้ายของเขตโทษ บอลพุ่งเตรียมถากเสามุดตาข่ายแล้ว แต่ เชสนี่ ทุบบอลออกหลังไปได้ทัน

ในนาทีที่ 30 อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลากเลื้อยไปตามริมเส้นหลังจากฝั่งขวา โดนรุมสองจนล้มลงในกรอบเขตโทษ เจ้าตัวโวยทันทีหลังไม่ได้จุดโทษ

ในนาทีที่ 43 คณะอาร์เซน่อลเพิ่งได้จังหวะจะๆ แจ้งๆ เป็นครั้งแรก จากการเล่นชิ่งกันสุดสวย ซานเชซ ลากตัดเข้ากลาง ก่อนจ่ายให้เวลเบ็ค เล่นชิ่งกับ แชมเบอร์เลน แต่จังหวะจบสกอร์ไม่ดีพอ ฟาเบียนสกี้ ปัดออกไปได้

ซึ่งในนาทีที่ 62 ฝ่ายอาร์เซน่อล ได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ฉกบอลได้ จ่ายขึ้นหน้าให้ กาซอร์ล่า ก่อนทะลุออกขวาให้ เวลเบ็ค ลากไปเกือบสุดเส้น ดึงรอจังหวะ ก่อนจ่ายเข้ากลางถวายพานให้ อเล็กซิส ซานเชซ แปโล่งๆ เข้าประตูไปอย่างง่ายดาย ผลบอล 0-1

ในนาทีที่ 65 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูคืน จากจังหวะ มอนเตโร่ พอบอลเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนหักเข้าในให้ โบนี่ แต่ยิงไม่ดี บอลเฉือนๆหลุดเสาไกลออกไป

ในนาทีที่ 74 เหล่าสวอนซี ได้ประตูตีเสมอสุดสวย จากจังหวะฟรีคิกของ กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน บอลโด่งข้ามกำแพง พร้อมไซด์หนีมือ เชสนี่ เสียบสามเหลี่ยมซ้ายเข้าประตูไปอย่างสวยงาม 1-1

ด้วยกันในโดยจังหวะฟาวล์นั้นได้มาจาก คีแรน กิ๊บบ์ส สกัดขาของ บาร์โรว์ ในจังหวะเกมโต้กลับเร็ว

ซึ่งในนาทีที่ 78 บาเฟติมบี้ โกมิส ตัวสำรองที่เพิ่งลงมา โดนบอลจังหวะแรกก็เป็นประตูให้ ฝ่ายสวอนซี พลิกขึ้นแซงทันที ในจังหวะที่ มอนเตโร่ ครอสส์บอลเข้ากลาง โกมิส เบียดชนะมอนเรอัล โขกเต็มหัว บอลเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด 2-1

พร้อมทั้งก่อนหมดเวลา แจ็ค วิลสนับสนุน ได้โอกาสทำประตูจากจังหวะบอลเรียดเข้ากลาง แต่เจ้าตัวไม่ยิง ก่อนบอลโดนสกัดในที่สุด ด้วยกันกรรมการก็เป่าหมดเวลา

ทำให้จบเกม ทีมอาร์เซน่อลได้ประตูนำก่อนในนาทีที่ 75 แต่แล้วก็โดน สวอนซี ทำ 2 ประตูรวด จากลูกฟรีคิกสุดสวยของ ซิเกิร์ดส์สัน พร้อมด้วยลูกโหม่งของ บาเฟติมบี้ โกมิส ทำให้ ทีมสวอนซี ซิตี้ พลิกเฉือนเอาชนะ เหล่าอาร์เซน่อล ไปได้ ด้วยสกอร์ 2-1 ชมไฮไลท์ฟุตบอล

มาดูสารบาญนักเตะที่ลงสนาม

หมู่สวอนซี ซิตี้ ระบบ 4-2-3-1

1.ผู้รักษาประตู :

  • ลูคัส ฟาเบียนสกี้


2.กองหลัง :

  • อังเกล รังเกล 
  • ไคล์ บาร์ทลีย์ 
  • แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ 
  • นีล เทย์เลอร์


3.กองกลาง :

  • ทอม แคร์โรลล์ เปลี่ยนตัว ลีออน บริทตัน ลงในนาทีที่ 87 
  • มาร์วิน เอ็มเนส เปลี่ยนตัว บาร์โรว์ ลงในนาทีที่ 67 
  • คี ซุง ยอง 
  • กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน 
  • เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่


4.กองหน้า :

  • วิลฟรีด โบนี่ เปลี่ยนตัว บาเฟติมบี้ โกมิส ลงมาในนาทีที่ 76



พวกอาร์เซน่อล ระบบ 4-1-4-1

1.ผู้รักษาประตู :

  • วอยเชียค เชสนี่

2.กองหลัง :

  • คาลั่ม แชมเบอร์ส เปลี่ยนตัว ยาย่า ซาโนโก้ ลงมาในนาทีที่ 90 
  • แพร์ แมร์เตซัคเคอร์ 
  • อิ๊กนาซิโอ มอนเรอัล 
  • คีแรน กิ๊บบ์ส

3.กองกลาง :

  • มาติเยอ ฟลามินี่ เปลี่ยนตัว แจ็ค วิลเชียร์ ลงมาในนาทีที่ 79 
  • อารอน แรมซี่ย์ เปลี่ยนตัว ธีโอ วัลคอตต์ ลงมาในนาทีที่ 79
  • อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 
  • อเล็กซิส ซานเชซ 
  • ซานติอาโก้ กาซอร์ล่า

4.กองหน้า :

  • แดนนี่ เวลเบ็ค

ประมวลภาพพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สวอนซี ซิตี้ 2-1 อาร์เซน่อล



class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=
class=












ข้อความจากแฟนของดิมาเรียยันเอง ว่า สามีแฮปปี้ดีกับกรุ๊ปผี




ภายหลังที่ จอร์เจลิน่า แฟนสาวของ ดิ มาเรีย ได้ปัดข่าวเรื่องสามีไม่แฮปปี้กับการเล่นให้ ฝ่ายแมนฯ ยู เพราะว่ายืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไร้สาระสุดๆ

ซึ่งทางด้าน จอร์เจลิน่า คาร์โดโซ่ ภรรยาสาวของ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกตัวจี๊ดของ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมชั้นนำแห่งศึก โปรแกรมพรีเมียร์ลีก เมือง อังกฤษ เอ่ยปากชี้แจงข่าวละบือเรื่องที่ว่าสามีของตนเริ่มทำไม่แฮปปี้กับการค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพราะระบุว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความแท้แต่อย่างใด ทั้งนี้เพราะดาวเตะวัย 26 นั้นกำลังสนุกสนานมากกับการพิสูจน์ตัวเองกับ ฝ่ายปีศาจแดง

เกี่ยวกับข่าวร่ำลือดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ กลุ่มแมนฯ ยู เสมอกับ กลุ่มเชลซี 1-1 ด้วยกันพ่ายให้กับ กลุ่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ที่ ดิ มาเรีย ดูจะไม่สมรรถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าตัวก็กลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในเกมที่คว้าชัยเหนือ พวกคริสตัล พาเลซ 1-0 ครั้งคืนวันเสาร์ที่ทะลุมา 8 พฤศจิกายน

หลังจากที่จอร์เจลิน่า ได้เปิดปูดถึงเรื่องนี้ลอด อินสตาแกรม สื่อออนไลน์ โดยระบุสั้นๆ พ่างว่า คุณเชี่ยวชาญคิดอะไรก็ได้แล้วแต่คุณต้องการ แต่ความเป็นครันก็คือ อังเคล มีความสุขดีมากๆ กับการเล่นให้ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประกาศฟุตบอลการสู้รบพรีเมียร์ลีกพร้อมด้วยโปรแกรมบอลพรุ่งนี้

จับปลาหลายมือ?





ทางด้านฟุตบอลในโซนยุโรป หลักๆ ก็มี 3 รายการด้วยทีมใหญ่ ก็คือ

  1. ศึกบอลลีก
  2. ศึกบอลถ้วย
  3. ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก


แต่ก็มีบางประเทศอย่าง 1.ฝรั่งเศส พร้อมทั้ง 2.อังกฤษ ที่มี 4 รายการ ริเริ่มซีซั่นมาได้ 3 เดือนแรก 4 บิ๊กโฟร์ อย่าง


  • หมู่อาร์เซน่อล
  • ทีมเชลซี
  • ฝ่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 
  • คณะลิเวอร์พูล 


ซึ่งก็ไม่ค่อยจักทำผลงานดีสักเท่าไหร่นักในทุกๆ รายการ เว้นก็แต่ ทีมเชลซี ไว้หนึ่งกรุ๊ป

พร้อมทั้งเพราะว่าเฉพาะในเวทียุโรป ที่ทั้ง ทีมเรือใบ ด้วยกัน พวกหงส์แดง แชมป์และรองแชมป์ลีกเท่าที่ฤดูกาลที่ลอดมา ต่างทำให้แฟนบอลพันธุ์แท้ของทั้ง 2 ทีมนั้นกำลังปวดกระเพาะอาหารอยู่ เพราะว่าสถานการณ์รอบแบ่งกลุ่มไม่สู้ดีนัก




เริ่มกันที่คณะลิเวอร์พูลภายหลังได้สร้างผ่านเข้ามาเล่นชปล ในปีนี้ ก็พลอยทำให้ผลงานทั้งในลีกด้วยกันบอลถ้วยตกลงไปพอๆ กัน

ด้วยกันดังที่ในปีนี้ ทางศึกพรีเมียร์ลีก ได้แบ่งมาให้ฟรีทีวีดูด้วย ก็เลยมีบางอาทิตย์ผมได้ดูฟอร์มพวกจากอังกฤษ ซึ่งก็เล่าเลยว่า ป้อแป้ สุดฤทธิ์ ถามว่าพวกเขามีศักยภาพที่จักชนะทุกๆ ฝ่ายในกลุ่มตัวเองใช่ไหมไม่ แน่นอนว่า 100 เปอร์เซนต์คือมีแน่ๆ เกี่ยวกับโอกาสที่จักชนะ

แต่ว่าคำถามตรงหน้าคือ พวกเขาพร้อมหรือไม่ กับการเก็บ 3 คะแนนใน 6 เกมของรอบแบ่งกลุ่ม พูดได้เลยว่าไม่พร้อมอย่างแรง

และอันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวที่ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็คิดเหมือนกัน ซึ่งผมได้นั่งคิดนอนคิดเกี่ยวกับผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก ของพวกจากอังกฤษ ซึ่งปัญหามันน่าจักเริ่มทำมาจากจุดๆ เดียวกัน

ซึ่งนั่นก็คือโปรแกรมบอลเตะที่เกริ่นไปในข้างต้น ซึ่งผมมองว่านี่เป็นปัญหาหลัก ที่ทำให้ทีมจากอังกฤษ ไปได้ไม่ถึงฝัน ด้วยการที่พวกเขามีรายการให้เล่นมากกว่าประเทศอื่นหนึ่งรายการ บวกกับยุคกาลสมัยนี้ที่ไม่มีการทิ้งถ้วยไหนๆ เหมือนเป็นเทรนด์ใหม่ ที่ขนาด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการกลุ่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้เคยพลีชีพด้วยการส่งเยาวชนลงทั้งเหล่าเพื่อทิ้งบอลถ้วยจนชาวบ้านชาวช่องด่ามาแล้ว ถึงขั้นบ้าจี้ทำตามอยู่หลายปี ด้วยการเอาแท้ในบอลถ้วยตามกระแสของ คณะแมนฯ ซิตี้ ด้วยกัน คณะเชลซี ที่มีขนาดกรุ๊ปใหญ่ เชี่ยวชาญเปลี่ยนผู้เล่นทั้งชุดก็ยังดูเป็นชุดใหญ่ได้มาแล้ว

ก็เหนื่อยสิครับงานนี้ กับสุดท้ายแล้วก็กลายเป็นไม่ได้ดีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรายการไหนๆ จนทำให้ทีมเกือบพัง แฟนบอลในไทยเกือบปิดเฟซบุ๊คกันแทบไม่ทัน

สังเกตไหมครับว่าศึก แคปิตอล วัน คัพ Big4 แดนผู้ดีเล่นเอาแท้จริงเหมือนกัน แม้จะมีหมุนเอาสำรองลงบางตำแหน่ง พร้อมด้วยมีถึง 2 ทีมที่เข้าถึงรอบ 8 คณะสุดท้าย

ซึ่งผมนั้นก็ขอยกตัวอย่างสโมสร หมู่ลิเวอร์พูล ที่กุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ประกาศซื้อตัวเพื่อเอาไว้สับเปลี่ยนผู้เล่น ยามลงแข่งในฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เจ้ากรรมดันโชคไม่ค่อยดี จับสลากมาอยู่กับ ทีมเรอัล มาดริด แชมป์เก่า แถมมีเหล่าสุดอันตรายและประมาทไม่ได้อย่าง บาเซิ่ล อยู่ด้วย ทำให้งานมันดูยากขึ้นเหมือนกัน

เพราะที่หลายๆ ฝ่ายอาจจักมองว่าพวกเขา โชคไม่ดีที่ต้องไปอยู่กับพวกที่เหนือกว่าทั้ง คณะเรอัล มาดริด แชมป์ปีที่แล้ว พร้อมกับแชมป์ 10 ช่วงเวลา แต่ถ้าเจาะรายละเอียดลึกๆ แล้วพวกเขาไม่ได้ปราชัยแล้วเล่นดีนี่สิ

ด้วยกันผลบอล 0 - 3 ในถิ่น แอนฟิลด์ ก็ทำให้ใครๆ ก็ต่างโจมตีว่ามาตรฐานระหว่าง หมู่เรอัล มาดริด พร้อมทั้ง คณะลิเวอร์พูล มันต่างกันมาก

ซึ่งมันก็แท้จริงอยู่ที่ว่า หมู่ราชันชุดขาว มีแนวรุกระดับโหดถึงขั้นทำเด็กร้องไห้ได้ แต่ผมเชื่อว่า ถ้าเป็น ฝ่ายหงส์แดง เมื่อฤดูกาลที่เปลี่ยนมา ช่วงที่พวกเขาชนะติดต่อกัน 11 นัด เอาฟอร์มแบบนั้นมาเตะเกมดังกล่าว หมู่เรอัล มาดริด อาจจ๋อยกลับบ้านก็ได้



สู้ได้ดีกว่านัดแรก แม้จักพ่ายชุดขาวไป 0 - 1

ซึ่งมันก็ไม่เชี่ยวชาญเป็นแบบนั้นได้ รวมถึงผลงานรายการอื่นของ พวกลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้ดีเสียด้วยสิ มันเลยทำให้พ่ายพังพาบอย่างที่เห็นผลบอล 0-3 ทั้งๆ ที่มองกันว่า 11 ผู้เล่นตัวแท้จริงเกมดังกล่าว ถือว่าเป็นชุดที่ดีที่สุดของหมู่เลยก็ว่าได้ จักขาดก็แต่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เท่านั้น

พร้อมกับบางคนเตือนยังดีที่มันยังไม่ใช่เกมชี้เป็นชี้ตาย ถึง กรุ๊ปหงส์แดง จำนนเกมนี้ ก็ยังมีอีก 3 นัดให้แก้ตัว แต่เจ้ากรรมจุดเปลี่ยนมันมาตั้งแต่นัดที่บุกไปพ่าย กลุ่มบาเซิ่ล 0 - 1 แล้วล่ะ ก็เพราะว่าแน่นอนว่าตามหน้าเสื่อ พวกเขาต้องลุ้นกับยอดพวกจากสวิส เพื่อแย่งตั๋วรอบน็อคเอาต์อีกใบ

แต่ว่าสถานการณ์ คราวนี้มันยิ่งลำบางขึ้นอีกขั้น โชคดีที่ ฝ่ายบาเซิ่ล ดันแพ้ ลูโดโกเร็ตส์ ในเกมที่ 3 ทำให้พวกเขามีแต้มเท่ากันที่ 3 คะแนน ยังได้ลุ้นยาวๆ ใน 3 เกมสุดท้าย แต่การที่จักต้องไปเยือน ถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว เกม 4 คิดในแง่ร้ายไว้ก่อนว่าพวกเขาจักไม่ได้แต้มกลับไป และ ทีมบาเซิ่ล จักชนะ หมู่ลูโดโกเร็ตส์ ได้ไม่ยาก

ซึ่งนั่นมันก็เป็นแบบนั้นครันๆ ที่พวกเขาแพ้ กรุ๊ปเรอัล มาดริด 0-1 และ ฝ่ายบาเซิ่ล อัดไป 4-0 นำพวกเขา 3 แต้ม เหลือกระฉ่อนอีก 2 นัด


ด้วยกันในอาทิตย์นี้ พวกเขานั้นต้องไปเจอกับ กรุ๊ป เชลซี อีก นั้นทำให้ ตัวบีร็อด ต้องพักตัวหลักมันซะเลย


ด้วยกันนี่ก็กลายเป็นว่า ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กลายเป็นถ้วยเล็กๆไปแล้วสินะ แล้วหันไปเอาเป็นแน่แท้ในลีกกับ แคปิตอล วัน คัพ ใช่ป่ะครับ??

อย่าทำเป็นเล่นนะครับ ในเหล่าสำรองที่มี

  1. โคโล่ ตูเร่
  2. ลูคัส
  3. โจ อัลเลน
  4. เอ็มเร่ ชาน
  5. อดัม ลัลลาน่า
  6. ลาซาร์ มาร์โควิช 
  7. ฟาบิโอ บอรินี่ 


แต่ว่ากลับพ่ายแพ้ หมู่ชุดขาว เหมือน 0 - 1 !!!!

ซึ่งวิเคราะห์บอลเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกเลยครับ ตัวผมมั่นใจว่า เพราะรูปเกมเล่าได้เลยว่า สู้ไม่ได้ ชัดเจน แต่มองในแง่ดีคือการได้กองหลังที่ยังดูไว้ใจได้อย่าง ตูเร่ ผู้พี่ คอยแก้ขัดเวลาเกิดเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้ หมายถึงเอาลงเล่นบอลถ้วย อีกคนที่ต้องซูฮกพร้อมกับทำได้หักหน้านักวิจารณ์หลายๆ คนได้ คือฟอร์มของ ซิมง มิโญเล่ต์ ด้วยการที่เพื่อนร่วมทัพหน้าเขา 10 คนปั้นให้ขนาดนี้ ต่อไปความมั่นใจคงมาเต็มเปี่ยม




เกมในนัดนี้พี่เจิดเป็นได้แค่ผู้ชมข้างสนามเท่านั้น


ด้วยกันนอกจากนี้ ตัวของบีร็อด ยังสติแตกถึงขั้นดรอป เจอร์ราร์ด ไว้ข้างสนาม ทั้งๆ ที่เจ้าตัวประกาศอำลาทีมชาติเพื่อจะมาเล่น ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก แม้สถิติเฉลี่ยออกมาจะดูเหมือนว่าหมู่ไม่มี กัปตันเจิด จักดูผลงานดีกว่าตอนมีอยู่ก็เถอะ มันก็เป็นตรรกะบางอย่างเท่านั้น แต่รูปเกมในสนามสิสำคัญ มี เจิด ก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว ถูกมั๊ย แฟนหงส์

แล้วคำถามหลังจากนี้คือ

  • ประการแรก เหล่าลิเวอร์พูล เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรหลังจากนั้น. 
  • ประการที่สอง ซึ่งการที่ไม่มี หลุยส์ ซัวเรซ คนเดียว ทำให้ฝ่ายเปลี่ยนได้ถึงขนาดนี้เลยไม่ใช่หรือ. 
  • ประการที่สาม การที่เอานักเตะตัวหลักที่ฟอร์มไม่ดีไปพัก จักได้ผลในเกมกับ กรุ๊ปเชลซี หรือไม่ก็ไม่. 
  • ประการที่สี่ ในเกมนัดชี้ชะตากับ หมู่บาเซิ่ล ในนัดสุดท้ายผลจะออกมาเป็นอย่างไร. 
  • ประการที่ห้า หมู่ลิเวอร์พูล นั้นจะเข้ารอบ 16 เหล่าสุดท้ายไม่ก็ไม่. 
  • ประการที่หก แล้วแชมป์ลีกล่ะ. 
  • ประการที่เจ็ด เหล่านั้นจักยังสามารถเบียดขึ้นไปลุ้นได้อยู่ไม่ก็เปล่า.
  • ประการที่สุดท้าย ด้วยกันใครที่จักเข้ามาอุดรอยที่ ซัวเรซ ได้. 


ซึ่งคำถามตามมาเพียบมากๆ

ในทุกสิ่งทุกอย่างจะได้คำตอบในไฮไลท์ฟุตบอลเร็ววันนี้ครับ ถ้าหากพวกเขายังจับปลาหลายๆ มืออยู่ เน้นทุกถ้วย ไม่ว่าจัก

  • ศึกเกมลีก
  • ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก
  • ศึกแคปิตอล วัน คัพ 
  • ศึกเอฟเอ คัพ 

ซึ่งกำลังจะเตะปีหน้า นั่นจะทำให้พวกเขาพังแน่นอน เพราะว่าหลายๆ กลุ่มก็พังมาแล้ว จักมาหวังให้เป็นเหมือน กรุ๊ปปีศาจแดง ในปี 99 มันก็คนละยุคช่วงเวลากัน ฟุตบอลยุคนี้ทำแบบนั้นได้ยากแล้ว แต่ถ้าพวกเขาเร่ำลือกที่จักทิ้งอะไรสักอย่างไป อาจจักทำให้บางอย่างที่เขาถืออยู่ ได้ของที่ล้ำค่ามาก็เป็นได้

เพราะว่าจะต้องมาพบเกมกับ ทีมเชลซี วันเสาร์นี้ น่าจะทำให้เห็นอะไรได้หลายอย่างแล้ว ด้วยแนวทางจากนั้นของ ร็อดเจอร์ส

ด้วยกันท้ายนี้ ส่วนตัวผมยังเชื่อว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ ยังใช้ประโยชน์ได้อยู่ครับ พี่แกเป็นนักเตะสายต้องโอ๋ อย่าไปจวกไปสับเขา แล้วเดี๋ยวจะเล่นดีเอง

พร้อมทั้งเหตุผลของการดรอป เจอร์ราร์ด มองในแง่ดี อาจจักทำให้เจ้าตัวแผลงฤทธิ์ในเกมวันเสาร์ กู้หน้าจากที่เคยลื่นทำถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก หลุดมือเมื่อปีที่แล้วก็เป็นได้

ซึ่งถ้าจะมาปิดโอกาสการประสบความสำเร็จของ หมู่ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ ต้องสาธยายเลยว่าอย่าเพิ่งนะครับ เพราะว่าอย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นกรุ๊ปที่อันตราย แม้ช่วงนี้จะขาลง แต่ลงก็ต้องมีขึ้น อยู่ที่ว่าเขาจักเฟุ้งเฟื่องก ปล่อยพร้อมกับจับอะไร แต่ถ้าจับไว้หมดล่ะก็

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สื่อโปรแกรมบอลอังกฤษเปิดเผย! เนย์มาร์ส่งเรือบินเจ็ท รับผู้หญิงให้มาหาอาบันที่

สื่ออังกฤษแฉ! เนย์มาร์ส่งเครื่องบินเจ็ท รับสาวให้มาหาถึงที่




ภายหลังที่สื่อ เดลี่ เมล ได้วิเคราะห์ผลบอลออกมาแฉว่า เนย์มาร์ ได้ส่งเครื่องเจ็ทส่วนตัวไปรับ โซราย่า วูเซลิช นางแบบสาวหุ่นสะบึมให้มาหาถึงสโมสร ทีมบาร์ซ่า ซึ่งคาดเป็นความรักครั้งใหม่ หลังเลิกกับแฟนเก่าได้เดือนกว่าๆ

ซึ่งเนย์มาร์ ที่เป็นกองหน้าซูเปอร์สตาร์ของสโมสร หมู่บาร์เซโลน่า ที่เป็นกรุ๊ปชั้นนำแห่งศึกลา ลีกา สเปน ส่อแววจะได้คนดามหัวใจใหม่แน่นอนแล้ว หลัง เดลี่ เมล สื่อจอมแฉของอังกฤษ ได้เปิดแสดงตนว่าสตาร์บราซิเลียนรายนี้ลงทุนให้เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวไปรับ โซราย่า วูเซลิช นางแบบสาวทรงโตชาวเซอร์เบียให้มาหาถึงที่เพื่อใช้วันหยุดพักผ่อนด้วยกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้แนวรุกเร่ำลือดแซมบ้า เพิ่งจะประกาศเลิกรากับแฟนคนก่อนไปพอเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี่เอง

พร้อมทั้งก่อนหน้านี้ เนย์มาร์ ที่คบอยู่กับ บรูน่า มาร์เกวซีน นักแสดงสาวชาวบราซิล เคยเลิกกันไปแล้วปางเดือนกุมภาพันธ์ แต่กลับมารีเทิร์นความสัมพันธ์ก่อนบอลโลก 2014 ที่บราซิลจักตั้งต้นต้นขึ้น สุดท้ายก็แยกทางกันอีกครั้งเมื่อเดือนสิงหาคม




แต่ว่าล่าสุด ก็น่าจักได้คนดามใจใหม่แล้ว โดยในรายงานระบุว่าทั้งคู่พบกันที่ อิบิซ่า เกาะพักร้อนชั้นดีของสเปนครั้นเมื่อช่วงซัมเมอร์ พร้อมกับมีการติดต่อกันทะลวงโปรแกรมวิดีโอแชทชื่อดังอย่าง สไกป์ มาเพราะว่าตลอด รวมถึงนัดกันว่าจะมาเจอกันตอนสิ้นเดือนตุลาคม แต่ฝ่ายชายรอไม่ไหวจึงส่งเครื่องบินไปรับก่อน

และเนื่องด้วย วูเซลิช โด่งดังขึ้นมาจากการร่วมรายการเรียลลิตี้ชื่อดังอย่าง บิ๊ก บราเธอร์ ซึ่งรวมถึงการอัพโหลดภาพตัวเองสวมเสื้อของ เหล่าบาร์เซโลน่า ที่มีชื่อ เนย์มาร์ ปักอยู่ เพราะถ่ายบนเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ซึ่งเอิกเกริกกันว่าเจ้าของเสื้อเป็นคนส่งไปให้เองด้วย




เก่งแท้ๆ หลังมาสเคราโน่คว้ารางวัล แข้งยอดเยี่ยม แห่งปีเหล่าบาร์ซ่า




ซึ่งมาสเคราโน่ ที่เป็นตัวรับของ ทีมบาร์ซ่า ได้ฉีกทุกโผชนะเลิศนักเตะยอดเยี่ยมสโมสรซีซั่นที่ทะลุมาท่ามกลางความยินดีของนักเตะพร้อมด้วยประธานสโมสร




เพราะหลังจากที่ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ กองกลางตัวรับของกรุ๊ปชาติอาร์เจนติน่า ของ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ผงาดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรประจำฤดูกาล 2013-2014 ใช่ไหมรางวัล อัลโด้ โรวิร่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่เปลี่ยนมา โดยเอาชนะเจ้าของรางวัลนี้ 3 กาลเวลาซ้อนอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิงเพื่อนร่วมชาติ

ซึ่งถึงแม้ว่าโปรแกรมบอลฤดูกาลที่ตัดผ่านมา ทีมบาร์เซโลนา จะทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ ไม่มีแชมป์ติดมือสักรายการ แต่ทว่า มาสเคราโน่ เป็นนักเตะพ่างไม่กี่รายที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอต้นเสมอปลาย เพราะเจ้าตัวกล่าวว่า ผมต้องขอบคุณทุกคะแนนเสียง พวกเรายังพยายามทำผลงานให้ดีถัดไป ด้วยความทุ่มเทแรงกายเพื่อความเชื่อมั่นของสโมสรอย่างไม่เปลี่ยนแปลง





และในขณะที่ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร เหล่าบาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการเปิดตีแผ่ถึงเรื่องนี้ว่า ผมเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการที่ตัดสินรางวัลนี้ ซึ่ง มาสเคราโน่ ได้รับไป ผมดีใจที่จักบ่งเขาว่า ฮาเวียร์ เหมาะสมกับรางวัลนี้อย่างที่สุด นับเป็นเกียรติอย่างสูงเกี่ยวกับ บาร์เซโลนา ที่มีนักเตะเช่นคุณอยู่ในกรุ๊ป


ติดตามชม ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวฟุตบอล ตารางบอล วิเคราะห์ผลบอล ผลบอล ได้ที่นี่ ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก