วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ข่าวคราววิเคราะห์บอลโลกรอบรองชนะเลิศระหว่างฮอลแลนด์กับอาเจนติน่าและช็อตสุดฮาจากบอลโลก 2014


วิเคราะห์บอลโลก ฮอลแลนด์-อาร์เจนตินา





ฮอลแลนด์ - อาร์เจนตินา



9 กรกฎาคม 2557 เวลา: 03.00 น .



สนามหญ้า: อารีน่า เซา เปาโล



ผู้ตัดสิน: คูเนย์ต ชาเคียร์ ชาวตุรกี



สภาพโพยมาน: 14-17 °C, มีฝนเล็กน้อย



ถ่ายทอดสด: ช่อง 7, ช่อง CH 8, ช่อง WC Channel,ช่อง True 99, ช่อง True 668


ผลงานการแข่ง 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

ทีมชาติ ฮอลแลนด์

วันที่ 5/7/14 ฟุตบอลโลก ฮอลแลนด์ 0-0 คอสตาริกา
วันที่ 29/6/14 ฟุตบอลโลก ฮอลแลนด์ 2-1 เม็กซิโก วันที่ 23/6/14 ฟุตบอลโลก ฮอลแลนด์ 2-0 ชิลี วันที่ 18/6/14 ฟุตบอลโลก ออสเตรเลีย 2-3 ฮอลแลนด์ วัน ที่ 13/6/14 ฟุตบอลโลก สเปน 1-5 ฮอลแลนด์ 


ทีมชาติอาร์เจนตินา
วัน ที่ 5/7/14 ฟุตบอลโลก อาร์เจนตินา 1 -0 เบลเยียม วันที่ 1/7/14 ฟุตบอลโลก อาร์เจนตินา 0-0 สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 25/6/14 ฟุตบอลโลก ไนจีเรีย 2-3 อาร์เจนตินา วันที่ 21/6/14 ฟุตบอลโลก อาร์เจนตินา 1-0 อิหร่าน วันที่ 15/6/14 ฟุตบอลโลก อาร์เจนตินา 2-1 บอสเนีย



ผลงานการพบกันในการแข่ง 5 นัดหลังสุด
วันที่ 21/6/06 ฟุตบอลโลก ฮอลแลนด์ 0-0 อาร์เจนตินาวัน ที่ 12/2/03 กระชับมิตร ฮอลแลนด์ 1-0 อาร์เจนตินาวันที่ 31/3/99 กระชับมิตร ฮอลแลนด์ 1-1 อาร์เจนตินาวันที่ 4/7/98 ฟุตบอลโลก ฮอลแลนด์ 2-1 อาร์เจนตินาวันที่ 22/5/79 กระชับมิตร ฮอลแลนด์ 0-0 อาร์เจนตินา



ความพร้อมของนักเตะและสภาพ ทีม


ทีมชาติฮอลแลนด์

เกมส์ที่ผ่านมา รอน ฟลาร์เจ็บเข่า และส่อแววที่จะฟิตไม่ทันเกมนี้ ซึ่งนั่นทำให้ดาริล ยานมาท, พอล แฟร์เฮก และ.เทอเรนซ์ คองโกโล่น่าจะเป็นตัวเลือกแทนที่จะลงเล่นร่วมกับสเตฟาน เดอ ไฟรจ์และบรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้ในแนวรับแทน หากเดลี่ บลินด์ยังถูกจับไปเล่นในแดนกลาง โดยไนเจล เดอ ยองที่เจ็บจนคาดว่าจะลงเล่นไม่ได้อีก กลับมาลงซ้อมได้เฉย และมีลุ้นเล็ก ๆ ว่าอาจจะได้มีส่วนร่วมใน เกมนี้ด้วย ส่วนตัวหลักในแดนกลางยังน่าจะเป็นเดิร์ค เค้าท์, จอร์เจนิโอ ไวจ์นัลดุม และเวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ โดยเมมฟิส เดอปาย อาจมีลุ้นได้ลงเล่นด้วยในบทบาทวิงแบ็กหรือปีกซ้าย ส่วนกองหน้าตัวหลักยังเป็นอาร์เยน ร็อบเบนกับโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ โดยหน้าที่เฝ้าเสาจะเป็นยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่นเช่นเดิม


ทีมชาติอาร์เจนตินา

ฟ้า-ขาว ได้ มาร์กอส โรโฮกลับมาจากการพ้นโทษแบนและน่าจะกลับมายืนเป็นแบ็กซ้ายอีกครั้ง ส่วนโฮเซ่ บา ซานต้าคงต้องหลุดไปนั่งสำรอง หรืออาจได้ยืนเป็นเซ็นเตอร์ตัวที่ 3 ร่วมกับเอเซเกล การาย และมาร์ติน เดมิเคลิส หากทีมปรับมาเล่นด้วยระบบ 5-3-2 โดยมีปาโบล ซาบาเลต้ายืนเป็นแบ็กขวาเหมือนเดิม และเซร์จิโอ โรเมโร่รับหน้าทีเฝ้าเสา ส่วนแดนกลางที่เสียอังเคล เด มาเรียไปจากนัดที่แล้ว มีตัวเลือกระหว่างเอ็นโซ เปเรซกับมักซี่ โรดริเกซ ที่จะลงมาทำหน้าที่แทน โดยเอเซเกล ลาเวซซี่อาจถูกโยกไปยืนฝั่งซ้ายหรือหลุดไปเป็นสำรองเลย โดยมีฮาเวียร์ มาเคราโน่เล่นคู่กับลูคัส บิญ่าหรือเฟอร์ นานโด กาโก้ตรงกลางสนาม และคู่กองหน้าเป็นลีโอเนล เมสซี่กับกอนซาโล่ อิกัวอิน โดยเซร์จิโอ อเกวโร่ที่ฟิตกลับมาแล้ว อาจถูกจับนั่งสำรองไปก่อน

วิเคราะห์รูปแบบเกม

ทีมฮอลแลนด์ผ่านเข้ารอบตัดเชือกได้แบบทุลักทุเล และเกมนี้จะเจอกับของแข็งอย่าง อาร์เจนตินา ซึ่งผลงานดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ ทำให้เกมนี้ดูเป็นต่อนิด ๆ โดยเฉพาะความคุ้นเคยกับสภาพอากาศในแถบอเมริกาใต้ด้วย แต่นัดนี้รองแชมป์เก่าน่าจะยังอาศัยการแก้สถานการณ์ประคับ ประคองตัวไปได้อีกนัด และต้องไปรอลุ้นว่าเกมรุกนั้นจะเด็ดขาดแค่ไหน หลังจากเป็นปัญหามาตลอดในรอบน็อคเอาท์ ส่วนฟ้าขาวต้องหวังพึ่งลีโอเนล เมสซี่ให้โชว์ฟอร์มให้ออก หลังขาดอังเคล ดิ มาเรีย ไปแล้ว เกมนี้น่าจะคู่คี่สูสีและมีโอกาสพอ ๆ กัน ทำให้อาจจะกินกันลงยาก แต่ฟ้า-ขาวจะมีโอกาสมากกว่าเล็กน้อย

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:


ฮอลแลนด์
 จะลงในรูปแบบ 3-5-2 : โดย มี


เบอร์ 1.ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น
เบอร์ 7.ดาริล ยานมาท 
เบอร์ 3.สเตฟาน เดอ ไฟรจ์ 
เบอร์ 21.บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้
เบอร์ 15.เดิร์ค เคาท์
เบอร์ 20.จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม
เบอร์ 10.เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์
เบอร์ 5.เดลี่ย์ บลินด์
เบอร์ 21.เมมฟิส เดอปาย
เบอร์ 11.อาร์เยน ร็อบเบน
เบอร์ 9.โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

โค้ชคุมทีม : หลุยส์ ฟาน ฮัล


อาร์เจนตินา จะลงในรูปแบบ 4-4-2 โดยมี


เบอร์ 1.เซร์จิโอ โรเมโร่
เบอร์ 4.ปาโบล ซาบาเลต้า
เบอร์ 2.เอเซเกล การาย
เบอร์ 15.มาร์ติน เดมิเคลิส
เบอร์ 16.มาร์กอส โรโฮ
เบอร์ 8.เอ็นโซ เปเรซ
เบอร์ 6.ลูคัส บิญ่า
เบอร์ 14.ฮาเวียร์ มาสเคราโน่
เบอร์ 22.เอเซเกล ลาเวซซี่
เบอร์ 10.ลีโอเนล เมสซี่
เบอร์ 9.กอนซาโล่ อิกัวอิน

โค้ชคุมทีม : อเล ฮานโดร ซาเบญ่า



ผลของสกอร์ : อาร์เจนตินาชนะฮอลแลนด์ 2- 1


========================================


10 ช็อตสุดฮาใน ฟุตบอลโลก 2014





นอกจากจะมีเหตุการณ์สวยๆ ใน เวิลด์คัพ 2014 แล้ว แน่นอนว่า ก็ต้องมีช็อตที่มันฮาๆ เกิดขึ้นเหมือนกัน วันนี้จะขอหยิบ 10 ช็อตฮาๆ ที่เว็บไซต์ของ เดลี่ เมล สื่อกีฬาชื่อดังของอังกฤษ รวบรวมมา เอามาฝากกัน รับรองได้ ขำแน่นอนครับ

1. อเลฮานโดร ซาเบย่า หงายเงิบ !!




ซึ่งในเกมที่ทีมชาติอาร์เจนติน่า พบกับ เบลเยี่ยม ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งเกมนั้นผล ปรากฏว่าพวกเขาเอาชนะไป 1-0 โดยในระยะเวลาท้ายเกม กอนซาโล่ อิกวาอิน ได้โอกาสขึ้นนำห่างเป็น 2-0 แต่ บอลดันไปชนคานอย่างน่าเสียดาย แต่ที่เป็นจุดเด่นของจังหวะนี้คือการที่ ซาเบย่า ลุ้นจัด!




และด้วยอาการเสียดายของพี่แก ก็หงายหลังเหมือนปกติ แต่ที่มันผิดปกติกว่านั้นคือ การที่เจ้าตัวหงายเต็มไป! ทำให้เสียหลัก โซซัดโซเซไปไกลเลยทีเดียว ดีนะ มีสตาฟฟ์โค้ชคนหนึ่งรับไว้ได้ทัน


2. สุดยอดการพลิกแพลงลูกยิงฟรีคิกทีม ชาติเยอรมันนี




เกมในรอบ 16 ทีมสุดท้ายระหว่าง เยอรมัน พบกับ แอลจีเรีย ช่วงท้ายเกม ทัพ อินทรี เหล็ก ได้ลุ้นในโอกาสฟรีคิก ไม่รู้ว่าไปประชุมกันมาตอนไหน เลยมีการเล่นลูกสูตรกันหลายตลบ




เริ่มจากคนแรกที่ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ วิ่งเข้าไปข้าม บอลเป็นคนแรก ตามด้วย โธมัส มุลเลอร์ เป็นคนข้ามบอลคนที่ 2 แต่เจ้ากรรม!! พี่แก ล้ม ซะงั้น สุดท้ายลุกขึ้นมาแล้ววิ่งต่อไป ทำไปทำมา คนที่โยน กลับโยนบอลติดกำแพงแบบไม่ได้ลุ้นอะไรเลย... สุดท้ายแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้า มุลเลอร์ ตั้งใจหรือไม่ ในการที่ล้มลงไปแบบ นั้น


3. เนย์มาร์ เล่น มุข!




ทีม เซเลเซา ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าภาพบอลโลก ก็ต้องมีเรื่องราวกับเค้าบ้างเหมือนกัน เหตุการณ์เกิดขึ้นในนาทีที่ 7 เมื่อทัพ แซมบ้า ทำประตูขึ้นนำได้จากลูกยิงของ ติอาโก้ ซิลวา กัปตันทีม แน่นอนว่ามันเป็นเหมือนการปลดแอกอะไรสักอย่าง หลังจากเขาทั้งหลายถูกวิพากย์ วิจารณ์อย่างหนักในทัวร์นาเมนต์นี้


แต่การที่มาได้ประตูเร็วออกนำ ทีมโคลอมเบีย ที่ฟอร์มกำลังพุ่งแรงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ทุกๆ คนวิ่งเข้ามาดีใจกับ ซิลวา แน่นอนว่ารวมไปถึง เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ประจำทีม แต่แทนที่จะเข้าไปกอดเพื่อน ดันลื่นเสียก่อน ดูภาพแล้วจะขำหรือจะเอ็นดูดี เพราะหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ถูก ฮวน ซูนิก้า กระโดดแทงเข่าใส่ จนต้องปิดฉากบอล โลก


4. ฮาเมส ผู้รัก สัตว์




ในขณะที่เกมเดียวกันกับ เนย์มาร์ เล่นมุข ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามอย่าง ฮาเมส โรดริเกซ เพลย์เมกเกอร์ชาวโคลอมเบีย ได้ลูกจุดลูกโทษในช่วงท้ายเกม ซึ่งจังหวะที่ยิงนั้นดันมีตั๊กแตนตัวเขียวบินมาเกาะที่แขนขวาซะงั้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาเสียจังหวะแต่อย่าง ใด




ที่หนักกว่านั้นคือ บอลเข้าไปแล้ว เจ้า ตั๊กแตนตัวนี้ ยังไม่ไปไหน เกาะเหมือน ฮาเมส เป็นเจ้าของแหนะ....


5. ไลน์แมนก็เขิลเป็นนะ จ๊ะ




เกมการแข่งระหว่าง ชิลี พบกับ สเปน เหตุการณ์เกิดขึ้นในอุโมงค์ทางเข้าสนาม เมื่อผู้หลักผู้ใหญ่ได้เข้ามาทักทายบรรดานักเตะกัปตันทีม รวมไปถึงผู้ตัดสิน ก็ต้องมีการจับมือทักทายกัน เจ้าหนุ่มใส่สูทได้เข้าไปจับมือกับ อีเคร์ กาซียาส ก่อน หลังจากนั้นก็ต้องเป็นทางด้านกัปตันทีม ชิลี ที่จะต้องเป็นคนจับมือคนต่อไป





ซึ่งไม่รู้ว่าไลน์แมนคนดังกล่าวรีบร้อนจับมือไปไหน แต่ก็ต้องเข้าใจว่าเขาอยู่ข้างๆ กับ กาซียาส ที่น่าด่า ควรจะเป็นอีตาใส่สูท ที่ข้ามหัวแกไปจับมือกับ เคลาดิโอ บราโว่ มากกว่า พี่แกก็เลยแก้เขิลด้วยการเสยผมที่ไม่มีผมซะหนึ่งที


6. วัลบูเอน่า เป็นเอสคอตหรือนักเตะ กัน??




เป็นที่รู้กันแน่นอนว่า ฟุตบอลโลกหนนี้ ต้องมีการจูงมือเด็กนำโชคลงมาใน สนาม หนึ่งนักเตะต่อหนึ่งเอสคอต ในเกมรอบ 8 ทีมโหล่คู่ระหว่าง ฝรั่งเศส พบกับ อาร์เจนติน่า ไม่รู้ว่า เจ้าหน้าที่แกไปจัดหาคนมาอย่างไร เอาเด็กที่ตัวสูงเกือบเท่า มาติเยอ วัลบูเอน่า กองกลางร่างเล็กของฝรั่งเศส




ซึ่งเวลาที่จะเคารพเพลงชาติ เจ้าเด็กคนดังกล่าว จะต้องยืนอยู่ข้างหน้านักเตะ ซึ่งมัน แทบจะบังกองกลาง 5 ฟุต 6 นิ้วซะมิดเลย....


7. ซัวเรซ กัดทะลุ โลก!!!




กลายเป็นช็อตฮือฮาที่สุดใน เวิลด์คัพ หนนี้ คงหนีไม่พ้นการเข้ากัดของ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าชาวอุรุกวัย ที่เข้าไปกัดไหล่ของ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟของอิตาลี ประเด็นคือมันจะไม่ฮาที่อะไรเลย มันฮาตรงที่ ซัวเรซ แกดันออกมาให้สัมภาษณ์ว่าหกล้มไปโดนไหล่ของกองหลังรายนี้พอดี




ซึ่งในจังหวะนั้น ซัวเรซ แกดันทำเป็นเจ็บฟันเสียด้วย สุดท้ายแล้ว ก็ต้องออกมาขอ โทษกับสิ่งที่ทำไป เทคโนโลยีสมัยนี้ เค้ามองเห็นนะ เจ้าเหยิน


8. เกร็ก ไดค์ นักอ่าน...ตัว ยง






หลังจากที่ทีมชาติอังกฤษ พ่ายแพ้ 2 นัดรวดให้กับ อิตาลี และ อุรุกวัย ตกรอบแรก เป็นที่แน่นอนแล้ว ประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ ใช้เวลาระหว่างนักเตะฝึกซ้อมก่อนลงสนามนัดสุดท้าย นั่งเบี่ยงมุมอ่านหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค A Death in Brazil เลยถูกแซวว่าศึกษาถึงเรื่องความตายในบราซิล เพราะทีมตกรอบไปแล้วนั่น เอง


9. !!! อาร์แซน บอนด์ 007 !!!




ในระหว่างที่ช่วงฟุตบอลโลก 2014 กำลังเข้มข้น มีชายคนหนึ่งที่ไปเที่ยวพักผ่อนอย่างสบายใจ นั่นก็คือกุนซือของ อาร์เซน่อล อาร์แซน เวนเกอร์ ใช้เวลาฤดูกาลปกติปิดตัวลง ไปเที่ยวที่ชายหาด อิปาเนมา ในเมือง ริโอ เดอ จาเนโร ประเด็น สุดฮามันอยู่ที่รูปที่นักข่าวไปจับภาพมาได้ บระเจ๊า!! นี่มัน เจมส์ บอนด์ ใช่ไหมเปล่าเนี่ย พี่แกใส่เตี่ยวในสีเดียวกับ แดเนียล เคร็ก พระเอก Sky Fall ตอนล่าสุดของ เจมส์ บอนด์ แถมยืนอยู่ในน้ำเหมือนกันอย่างกะแกะ!!


10. จอมแม่น ลาเวซ ซี่




ก็ไม่รู้ว่า อเลฮานโดร ซาเบย่า เป็นกุนซือหรือเป็นตลกกันแน่ หลังจากเจ้าตัวออกอา การโอเวอร์แอ็คติ้ง สั่งการ เอเซเกล ลาเวซซี่ กองหน้าของทีมชาติอาร์เจนติน่า ในเกมที่พวกเขาเอาชนะ ไนจีเรีย 3-2 แบบกระตือรือร้นจนเกินไป ทำให้กองด้านหน้าจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รำคาญหรือยังไงไม่ทราบได้ ฉีดน้ำใส่เจ้านายซักหนึ่งดอก ประเด็นมันคือแม่นเหลือเกิน โดนกลางกระบานหัวล้านพี่แก เต็มๆ




และนั่นก็เป็น 10 ช็อตสุดฮาของ ฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการผ่อนคลายก่อนจะเข้าสู่ช่วง ไคล์แมกซ์ของทัวร์นาเมนต์นี้อย่างจริงจังสักทีนะครับ รักใครเชียร์ใคร ตามดูกันได้เลย เหลืออีกแค่ 5 วันเท่านั้น!!!



ติดตามอัพเดทข่าว โปรแกรม บอล ผลบอล ตารางบอลโลก 2014 เพิ่มเติมได้ที่

http://footballclubpza.blogspot.com/

วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เกาะติดข่าวฟุตบอลประจำวันนี้รวมทั้งสิ้นไปถึงโปรแกรมบอลโลก 2014 รอบรองชนะเลิศระหว่าง บราซิล - เยอรมนี, อาเจนฯ - ฮอลแลนด์



ข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้ ของเกม ฟุตบอลโลก2014 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง บราซิล - เยอรมนี ที่จะแข่งกันในเวลาตี 3 ของคืนวันนี้ 

โดยทั้ง 2 เหล่าพบกันมาถึง 21 ครั้ง โดยเป็นบราซิล ชนะ 12 เสมอ 5 และแพ้ไปเพียง 4 ครั้ง

นัดล่าสุดที่พบกันใน ฟุตบอลโลก เกิดขึ้นเมื่อปี 2002 รอบชิงชนะเลิศ ซึ่ง แซมบ้า ก็เก็บชัยไปได้ 2-0

แต่การเจอกันครั้งสุดท้าย เมื่อปี 2011 เยอรมัน เป็นได้เอาชนะได้ 3-2 ในเกมกระชับมิตร

โดยที่ทั้ง 7 เกมล่าสุดของทั้งสองทีม มีผลเสมอแค่นัดเดียว แถมย้อนไป 11 เกมท้ายโต่ง ยิงกันเกิน 2 ประตูทุกนัด

และ 2 ทีมเป็นทีมที่ลงเล่นใน เวิลด์คัพ มากนัดที่สุด บราซิลเล่นไปแล้ว 102 นัด ส่วนเยอรมัน เยอะสุดในโลกที่ 104 นัด

ทั้ง 2 หนล่าสุดที่ เยอรมัน รอบรู้เข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศนี้ได้ พวกเขาจบด้วยการเป็นอันดับ 3 ส่วนปี 2002 ก็ต้องพ่ายให้บราซิล ในนัดชิง

ส่วนทีม เซเลเซา,บรซิล หลังจากได้แชมป์สมัยที่ 5 เมื่อปี 2002 นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาผ่านเข้ามาถึงรอบรองฯ

โดยบราซิล เป็นชาติที่ลงเล่น ฟุตบอลโลกครบทั้ง 20 หน ส่วน อินทรีเหล็ก พลาดไป 2 หน คือการไม่ได้เข้าร่วมในครั้งแรกเมื่อปี 1930 (อุรุกวัย) และปี 1950 (บราซิล) พวกเขาถูกแบนเพราะก่อนหน้านั้นเป็นชาติที่เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2

เท่ากับว่า พวกเขาเป็นเหมือนบราซิล คือยังไม่เคยตกรอบคัดเลือก และนี่เป็นฟุตบอลโลกในบราซิลหนแรกของ เยอรมัน อีกด้วย

นับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 1954 เป็นต้นมา ทั้ง 2 ทีม ไม่เคยตกรอบแรกเลย

เป็นบ้านเมืองที่กองหลังของทั้งคู่อย่าง ดาวิด ลุยซ์ และ มัทส์ ฮุมเมิล่ส์ ต่างทำคนละ 2 ประตู สูงสุดในบรรดากองหลังของทัวร์นาเมนต์นี้

ที่ผ่านมา บราซิล ต้องวัดด้วยการดวลเขตโทษในฟุตบอลโลกไปทั้งสิ้น 4 ครั้ง ชนะ 3 แพ้ 1 โดยเป็นการชนะทีมจากยุโรปถึง 2 ครั้ง 

ในด้านสถิติการแข่งต่อเวลา 120 นาที มีหนเดียวคือเกมที่ชนะ โปแลนด์ ไปด้วยสกอร์รวม 6-5 หลังเสมอกัน 4-4 ใน 90 นาที

ส่วนเยอรมัน ได้เป็นเจ้าแห่งการดวลจุดโทษของจริง พวกเขาดวลเป้าในฟุตบอลโลกไป 4 หน ชนะทั้งหมด แต่ด้านสถิติในการเล่นต่อเวลา พวกเขาแพ้ไปถึง 3 จาก 6 เกม ที่เหลือหลอชนะไป 2 เสมอ 1

ทั้งนี้ในเกมล่าสุดที่ชนะในการต่อเวลา เป็นการพบกับ แอลจีเรีย เมื่อรอบ 16 ทีมที่ผ่านมา (ชนะ 2-1)



==========================================







เล่นซะออฟฟิศวุ่นวายไปหมด เมื่อบริษัท Sanook เราได้มีโอกาสต้อนรับ ซุป’ตาร์หล่อขั้นเทพ “โดม-ปกรณ์ ลัม” มานั่งพูดคุยอัพเดตเรื่องราวและผลงานล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นละครสุดฮอต “เสน่หา สัญญาแค้น” ที่เรตติ้งกำลังพุ่งกระฉูดอยู่ตอนนี้ รวมถึงค่ายเพลงที่เจ้าตัวนั่งแท่นเป็นผู้บริหารก็ได้ข่าวว่ากำลังเติบโตไปได้สวยเช่นกัน

ทาง Sanook Sport ก็ไม่พลาดโอกาสทอง ใช้จังหวะชุลมุนรีบคว้าเจ้าตัวมาสัมภาษณ์เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการวิเคราะห์บอลของหนุ่มโดม ซึ่งแน่นอนว่าเพ็จไม่พ้นกระแสที่คนทั้งโลกติดตามอยู่นั่นก็คือ “ ฟุตบอลโลก 2014” นั่นเอง แว่วๆมาว่าซุป’ตาร์สุดหล่อคนนี้ก็มีทีมในดวงใจกับเขาเหมือนกันด้วยนะ ว่าแล้วก็เชิญติดตามได้เลยครับ

sanook : เห็นวันก่อน โดมอัพ IG บอกว่าเชียร์อาร์เจนติน่า ไม่ทราบว่าติดตามและสนับสนุนมานานหรือยังครับ?

โดม : เชียร์อาร์เจนฯ เพราะว่าชอบเมสซี่อ่ะครับ ตั้งแต่เมสซี่เริ่มเล่นครับ เขาเก่งมากๆ

sanook : แล้วคิดยังไงกับเกมรอบรองชนะเลิศที่จะเจอทีมชาติฮอลแลนด์ครับ?

โดม : ผมว่าเกมนี้ฮอลแลนด์น่าร่วงครับ เกจิฟันธงเลย อาร์เจนติน่าชนะแน่นอน (หัวเราะ)

sanook : คิดว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นแชมป์ครับ เพราะรอบรองฯอีกคู่นึงจะเป็นบราซิลพบเยอรมัน?

โดม : บราซิลไม่น่ารอดนะครับ เพราะผมคิดว่าบราซิลชุดนี้นักเตะยังเด็กอยู่ แล้วก็เนย์มาร์เจ็บด้วย คู่ชิงชนะเลิศจะเป็นเยอรมันพบอาร์เจนติน่า

sanook : แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นโดมคิดยังไงครับกับคู่ชิงฯ?

โดม : ผมคิดว่าเยอรมันจะพบอาร์เจนฯ คู่นี้หยุดโลกแน่นอนครับ และผมก็อยากเห็นฟุตบอล 2 ทวีป คนละสไตล์มาเจอกัน ผมว่าน่าจะเป็นเกมที่สวยงาม สูสีครับ แต่ถ้าให้ฟันธงว่าใครได้แชมป์ ก็ อาร์เจนฯชัวร์ (ยิ้ม)

sanook : ขอให้โดมฟันธงสกอร์เลยได้มั้ยครับ?

โดม : โห ให้ผมทายสกอร์เลยเหรอครับ ? อืม ผมว่าสูสีอ่ะ ไม่จบ 90 นาทีแน่นอน อาจต้องมีต่อเวลา แต่สุดท้ายฟ้าขาวแชมป์ครับ

sanook : สุดท้ายอยากให้ฝากถึงเรื่องการท้าพนันฟุตบอลนิดนึงครับ

โดม : ครับ แน่ๆเรื่องการพนันนี่ผมว่าสำคัญมาก มันมีช่องทางหลายแหล่งมาก จริงๆมันห้ามยังไงก็คงไม่ได้ ผมว่ามันขึ้นอยู่กับตัวเอง ต้องห้ามใจตัวเอง ต้องไม่มีกิเลส ดูฟุตบอลให้เป็นกีฬาเพื่อความบันเทิงดีกว่า สรุปคือต้องห้ามใจตัวเองให้ได้ครับสำคัญที่สุด

แหม!!! ถ้าพี่โดมจะออกตัวแรงขนาดนี้ เชื่อเลยว่า “ทีมชาติอาร์เจนติน่า” ต้องได้รับอานิสงส์ ทำให้มีแฟนคลับติดตามให้กำลังใจเพิ่มขึ้นเยอะแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาวแท้ สาวเทียม ชายแท้ ชายเทียม (ฮ่าๆ) ยังไงต้องรอชมนะครับว่าพี่โดมจะฟันธงถูกต้องหรือไม่และอาร์เจนติน่าทีมรักจะได้ชูถ้วยแชมป์โลกหรือเปล่า? อิอิ



==========================================





ในด้าน โยกี้ ยัน ได้มีแผนรับมือกับ เซเลเซา คู่แข่งในเกมรอบตัดเชือกไว้แล้วเชื่อ แข้ง อินทรีเหล็ก ลืมความผิดหวังใน 4 ปีก่อนที่แอฟริกาใต้แล้ว

โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมัน มั่นใจว่า ลูกคณะทุกคนลืมความผิดหวังในศึก เวิลด์ คัพ เมื่อ 4 ปีก่อนซึ่งพ่ายให้กับสเปนในรอบรองชนะเลิศ 0-1 หมดสิ้นแล้ว และพร้อมสุดขีดที่จะลงสนามกับ เซเลเซา เจ้าภาพการแข่งในครั้งนี้ในวันที่ 8 ก.ค. โดยไม่หวั่นต่อเสียงเชียร์และความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ เนื่องจากเตรียมแผนรับมือมาเป็นอย่างดี

บุนเดสเทรนเนอร์คนปัจจุบันของทัพ อินทรีเหล็ก มั่นใจว่ามีทั้งแผนการและประสบการณ์กับทัวร์นาเมนต์ลูกหนังโลก โดยกล่าวว่า เราเข้ารอบรองชนะเลิศเวิลด์ คัพ มาแล้วใน 4 ครั้งล่าสุด และเราก็แสดงให้เห็นมาตลอดว่า ลงเล่นในระดับสูงได้ดีแค่ไหน เรามีแผนที่จะจัดการกับบราซิล โอกาสของเราก็มีพอๆ กัน ใครที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ก็คงเกิดจากตัวแปรเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

ซึ่งด้านความสำคัญของการแข่งขันเริ่มขึ้นแล้ว มันเป็นสิ่งพิเศษน่าตื่นเต้น ผมเองก็ใจจดจ่อรอคอยสิ่งนี้ เช่นเดียวกับลูกทีมทุกคน ผมคิดว่าคนเยอรมันก็เหมือนกัน เราอยากที่จะเข้าไปในรอบชิงชนะเลิศ ที่ สนามมาราคาน่า แต่ตอนนี้เรายังไปไม่ถึง เลิฟ กล่าว

กุนซือวัย 54 ปียังชื่นชมเจ้าภาพที่ฟอร์มแรงตลอดทุกเกมที่ตัดผ่านมาว่า เรารู้ดีว่า บราซิลแข็งแกร่งแค่ไหน พวกเขาเป็นตัวเต็งตั้งแต่แรก และพวกผู้เล่นก็ทำผลงานได้สุดยอด ปีที่แล้วพวกเขาก็ได้แชมป์ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ ความคาดหวังยิ่งทำให้พวกเขาแข็งแกร่ง ความกดดันไม่มีผลอะไรเลย แต่เราเองก็มั่นใจเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เราทำได้ตามขั้นตอน เรามีแผนที่ดี ที่จะสู้กับ บราซิล

ทั้งนี้ ทีมชาติเยอรมัน ได้เจอกับ ทีมชาติบราซิล เวลาล่าสุดในศึก เวิลด์ คัพ เมื่อปี 2002 รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งทัพ เซเลเซา เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-0 จาก 2 ประตูของ โรนัลโด้ นั่นเอง



==========================================


ข่าวร้ายจริงหรือไม่จริง แพทย์ ฟ้า-ขาว ยืนยันผล ดิ มาเรีย เจ็บต้นขา ต้องพลาดลงสนามบู๊ กังหันสีส้ม รอบรองฯ เวิลด์ คัพ 2014 แต่เดี้ยงไม่หนัก อาจฟิตกลับมาทันนัดชิง หากผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ

ทีมชาติอาร์เจนติน่า ต้องเจอกับข่าวร้าย จนกระทั่งล่าสุดทีมแพทย์ออกมายืนยันแล้วว่า อังเคล ดิ มาเรีย ปีกตัวจี๊ด ต้องพลาดลงสนามช่วยทัพ ฟ้า-ขาว แมต์ที่จะพบกับ เนเธอร์แลนด์ คู่แข่งในรอบรองชนะเลิศ ศึก ฟุตบอลโลก2014 ประเทศบราซิล วันพุธนี้อย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากนักเตะมีอาการบาดเจ็บบริเวณต้นขา แต่ถึงกระนั้นดาวเตะจาก เรอัล มาดริด อาจจะฟิตกลับมาอีกครั้ง ในนัดชิงชนะเลิศ เวิลด์ คัพ 2014 ถ้าหากพวกเขาสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ

ดาวเตะจอมลากเลื้อยวัย 26 กะรัต ได้รับบาดเจ็บบริเวณต้นขา ขนมจากเกมที่ทัพ ฟ้า-ขาว เฉือนเอาชนะ เบลเยี่ยม ไปอย่างหวุดหวิด 1-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาทำให้ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 33 ซึ่งเดิมทีคาดการณ์กันว่า ดิ มาเรีย อาจจะต้องปิดฉากเส้น เวิลด์ คัพ 2014 ไปเลย แต่ปัญหาเดี้ยงดังกล่าวไม่สาหัสมากนัก ทว่าก็ยังไม่สามารถกลับมาช่วย อาร์เจนติน่า ในแมตช์พบ กังหันสีส้ม ได้

ดาเนี่ยล มาร์ติเนซ ทีมแพทย์ประจำทัพ ฟ้า-ขาว กล่าวถึงอาการบาดเจ็บของ ดิ มาเรีย ว่า ดิ มาเรีย ก็เหมือนกับ เซร์คิโอ อเกวโร่ (ศูนย์หน้า อาร์เจนติน่า) คืออาการบาดเจ็บของทั้งคู่ไม่หนักหนาสาหัสมากนัก มันเป็นอาการของคนเจ็บกล้ามเนื้อ แต่ ดิ มาเรีย จะไม่สามารถลงเล่นได้ในแมตช์หน้า และหลังจากนั้นเราต้องติดตามดูอาการบาดเจ็บของเขาแบบวันต่อวัน


==========================================


เนลลี ซึ่งเป็นช้างแห่งสวนสัตว์ในประเทศเยอรมันนี ได้ทำนายผลอีกครั้ง โดยที่เนลลี่ ได้เตะลูกบอลเข้าประตูบราซิล ซึ่งเจ้าหน้าที่สวนสัตว์หมายถึง เยอรมัน จะเป็นผู้ชนะ

เจ้าเนลลี ช้างในสวนสัตว์ของเซเรนเกติ ในเมืองฮันโนเวอร์ของประเทศ เยอรมันนี ได้ถูกเจ้าหน้าที่สวนสัตว์นำออกมาสร้างสีสันในการทายผลในฟุตบอลโลก 2014 อีกครั้ง

โดยโปรแกรมบอลรอบนี้ เป็นถึงรอบรองชนะเลิศ ที่ เยอรมัน จะพบกับเจ้าภาพ บราซิล ในคืนวันอังคาร ที่ 8 ก.ค.นี้ ตามเวลาประเทศไทยโดยเจ้าหน้าที่ ได้จัดประตูฟุตบอลโลก 2 ประตู โดยมีธงชาติ เยอรมัน และ บราซิล ติดไว้บนตงประตู แต่ละฝั่ง และให้ เจ้าเนลลี่ เลือกที่จะเตะลูกบอลเข้าที่ประตูไหน นั่นหมายถึงทีมนั้นจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เพราะโดนยิงประตู

และ เจ้าเนลลี่ได้เลือกเตะลูกฟุตบอลเข้าไปประตูที่มีธงชาติบราซิล ติดไว้ซึ่งหมายถึง เจ้าเนลลี เลือกทายว่า เยอรมัน จะเป็นฝ่ายชนะบราซิล ในรอบนี้ ทั้งนี้ เจ้าเนลลี ไม่เพียงแต่เตะลูกบอลไปทีเดียวเข้าประตูที่มีธงชาติบราซิล มันยังตามน้ำไปซ้ำย้ำอีกสองครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่า บราซิลแพ้แน่ๆ


==========================================



ถ้าเกิดได้เป็นแชมป์จะขนาดไหน ! แฟนฟุตบอล โคลอมเบีย นับพันชีวิต แห่มาต้อนรับทัพ โคเคน กลับบ้านอย่างยิ่งใหญ่ แม้ต้องร่วงรอบ 8 ทีม เวิลด์ คัพ 2014 ด้านนักเตะขึ้นรถบัสเปิดประทุน วนรอบเมืองหลวง เพื่อเป็นการขอบคุณกองเชียร์

ซึ่งทีมชาติโคลอมเบีย ได้รับความรักจากแฟนบอลในบ้านเกิดอย่างล้นหลาม เมื่อบรรดากองเชียร์จำนวนกว่านับพันคนต่างพร้อมใจตบเท้าแห่กันมารอต้อนรับเดินทางกลับประเทศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งแม้ว่าสุดท้ายแล้วจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน ต้องกระเด็นตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกฟุตบอลโลก 2014 ด้วยการพ่ายต่อเจ้าภาพ บราซิล ไปแบบเฉียดฉิว 1-2 แต่กระนั้นทัพ โคเคน ก็โชว์ฟอร์มกันได้อย่างน่าประทับใจในทัวร์นาเมนต์นี้

ในขณะที่ถนนในกรุงโบโกต้า เมืองหลวงของ โคลอมเบีย ต่างเต็มไปด้วยสีเหลืองอร่าม เนื่องจากเหล่าแฟนบอลหลายพันคนพร้อมใจกันใส่เสื้อทีมชาติ มารอต้อนรับฮีโร่ของพวกเขา แม้จะไม่ศักยนำถ้วย เวิลด์ คัพ 2014 ติดมือกลับมาได้ก็ตาม ส่วนทางบรรดานักเตะทัพ โคเคน นั้นก็ได้ขึ้นรถบัสเปิดประทุนเคลื่อนไปรอบๆเมือง เพื่อขอบคุณกองเชียร์ที่มาให้การสนับสนุนกันอย่างเนืองแน่น

โดยที่นักเตะที่เป็นขวัญใจบรรดาของแฟนบอล โคลอมเบีย อย่าง ฮาเมส โรดริเกซ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง ซึ่งขณะนี้นำเป็นดาวซัลโว เวิลด์ คัพ 2014 ที่ 6 ประตู ก็กล่าวถึงการที่บรรดากองเชียร์มารอต้อนรับกลับบ้านอย่างอุ่นหนาฝาคั่งว่า หมู่เราขอขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนตลอดมา มันเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกตื่นเต้นที่สุดในชีวิต


ติดตามชม ผลบอล ตารางบอล โปรแกรมบอล บอลโลก 2014 เพิ่มเติมได้ที่

http://footballclubpza.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ข่าวฟุตบอลโลก2014ในรอบอาทิตย์ที่ผ่านมาเชิญชมกันเลยว่ามีข่าวคราวไหนบ้าง







เรามาวิเคราะห์บอลกันว่าเหตุผลหลักที่กองเชียร์สาวๆ สนใจติดตามศึกฟุตบอลโลกหนนี้มากเป็นพิเศษ แม้ว่าเยอะแยะคนจะไม่ได้เป็นแฟนบอล หรือดูบอลมาก่อนเลยในชีวิต ก็เพราะเสน่ห์เกินบังคับใจของบรรดาแข้งหนุ่มหลากเชื้อชาติที่มีให้เลือกทัศนาถึง 736 คน จาก 32 ทีม

แม้แต่ ชาติสหรัฐอเมริกา ที่ไม่ได้ใกล้ชิดผูกพันกับกีฬา ซอคเกอร์ ก็ยังปรากฏว่า ยอดคำค้น นักเตะสุดเซ็กซี่ ทางเซิร์ชเอนจิ้นในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา เหนือกว่า นักอเมริกันฟุตบอลสุดเซ็กซี่ และอีก 3 กีฬาฮิตของบ้านเขาเสียอีก!

ดังนั้นนิตยสารยอดฮิตอย่าง ไทม์ จึงหาคำอธิบายด้วยการสอบถามนักชีววิทยาวิวัฒนาการ, นักจิตวิทยา และผู้จัดเจนด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา มาแจกแจงในเชิงวิทยาศาสตร์กันเลยทีเดียว...

1.วิวัฒนาการทางด้านอุดมคติ - เอริก โพสต์ม่า นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซูริก บอกว่านอกเหนือจากหน้าตากับหุ่นซึ่งถือเป็นความประทับใจแรกที่ต้องตาต้องใจบรรดาสาวๆ แล้ว ผลการศึกษาเล่าเรียนพบว่า ปัจจุบันผู้หญิงยังให้ความสำคัญกับ ความอึด ด้วย โดยโพสต์ม่าทดลองให้ผู้หญิงดูภาพนักกีฬาจักรยานทางไกลแล้วถามว่าใครมีเสน่ห์ดึงดูดใจที่สุด ปรากฏว่า กลุ่มตัวอย่างจะลงคะแนนคนที่แข็งแรงและอึดที่สุดลดหลั่นกันลงมา

สำหรับกีฬาฟุตบอลนั้น นักฟุตบอลจะวิ่งเฉลี่ยแล้วตกนัดละ 11 กว่ากิโลเมตร ทิ้งห่างกีฬาอื่นๆ แบบไม่เห็นฝุ่น เช่นนักบาสวิ่งเฉลี่ยนัดละ 4 กิโลเมตร ส่วนผู้เล่นตำแหน่งปีกหรือตัววิ่งในกีฬาคนชนคนก็วิ่งกันเฉลี่ยแค่นัดละ 2 กิโลเมตรเท่านั้น จึงได้คะแนนนำในเรื่องความอึดมากกว่าใคร




30 กว่าแล้ว แต่เรื่องความอึด เดิร์ก เค้าท์ ไม่เป็นรองใคร


2.หุ่นเข้าถึงจับต้องได้ - เมื่อเทียบเคียงกับหลายๆ กีฬา ฟุตบอลจะเน้นที่ความเร็วและความอึดซึ่งอาศัยร่างกายช่วงล่างมากกว่าช่วงบน ดังนั้น หุ่นของนักฟุตบอลจึงไม่ใช่ตัวหนาๆ เกินกว่าเหตุแบบนักกีฬาบางประเภท เป็นหุ่นที่ดูสมาร์ทแบบพอดีๆ ส่วนสูงก็ไม่ได้โอเวอร์จนเกินไป เป็นหุ่นที่สาวๆ นำไปมโนหรือจิ้นว่าเป็นแฟนตัวเองได้ฟินกันแบบเนียนๆ




หุ่นดี สมส่วน น่าหม่ำทั้งทีมสำหรับนักเตะเลี่ยน

3.อารมณ์การมีส่วนร่วมในเกม - สนามฟุตบอลก็เหมือนโรงละครขนาดย่อมที่มีความ ดราม่า เกิดขึ้นได้ทุกเวลา บ้างเป็นความดีใจและสะใจหลังทำประตูได้ บ้างเป็นอารมณ์โกรธเคืองฝ่ายตรงข้ามหรือกรรมการ บ้างก็เสียใจที่ทำไม่ได้ดังใจจนถึงกับหลั่งน้ำตา และบางครั้งก็เป็นสีหน้าเจ็บปวดวิธาเฟกๆ เพื่อเรียกฟาวล์

จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยบริติชโคลอมเบียเมื่อปี 2011 พบว่า บุรุษหนุ่มที่แสดงอารมณ์ทั้งด้านลบและด้านบวกออกมาอย่างชัดเจนมักจะได้รับความสนใจจากเพศตรงข้ามมากกว่าพวกชอบเก็บอารมณ์เปรียบเหมือนนกยูงตัวผู้ที่รำแพนหางเพื่อดึงดูดตัวเมียนั่นเอง



เจ็บจริง ร้องไห้จริง ไม่มีเสแสร้ง

4.ชุดที่ใส่แข่งทั้งตอนที่ใส่และไม่ใส่-เมื่อเทียบกับกีฬาอื่นๆ ชุดแข่งของนักฟุตบอลมักจะเน้นให้เห็นสัดส่วนสรีระมากกว่า เพราะนอกจากจะไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเหมือนอเมริกันฟุตบอลหรือฮอกกี้น้ำแข็งมาเกะกะแล้ว บางชุดยังตัดเย็บแบบเข้ารูป กล้ามเป็นกล้าม ซิกซ์แพ็กเป็นซิกซ์แพค ยิ่งตอนจบเกมหรือฉลองประตู นักเตะหลายคนนิยมถอดเสื้อโชว์หุ่นงามๆ มีรึสาวๆ จะอดใจไหว!




========================================




ใครๆก็เหมาะทั้งนั้นแหละ! โด้อ้วน เชื่อมั่น ฮาเมส จะเป็นปลีแข้งที่เหมาะกับ ราชันชุดขาว อย่างแน่นอน และยังมองว่ายักษ์ใหญ่รายนี้ เริ่มดำเนินการคว้าตัวแล้วด้วย

โรนัลโด้ อดีตกองหน้าชื่อดังทีมชาติบราซิล แสดงความเชื่อว่า ฮาเมส โรดริเกวซ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งที่แจ้งเกิดกับโคลอมเบีย ในศึกฟุตบอลโลก 2014 หนนี้ จะเป็นผู้เล่นที่เหมาะสมกับ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่จาก ลาลีกา สเปน อย่างแน่นอน พร้อมยังมั่นใจด้วยว่า อดีตต้นสังกัดของตน ได้ดำเนินการสำหรับการดึงตัวแข้งรายนี้แล้ว

อดีตนักเตะ ราชันชุดขาว เมื่อปี 2002-2007 กล่าวว่า เราจะได้เห็นกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ ฮาเมส โรดริเกวซ ทุกๆ คนกำลังจับตาดูฟุตบอลโลกในตอนนี้ แต่บางทีบางสิ่งมันอาจจะเกิดตั้งแต่ตอนนี้แล้วก็เป็นได้ (หลังเกม โคลอมเบีย แพ้ บราซิล 1-2) ผมมั่นใจว่าเขาจะเป็นการเซ็นสัญญาที่ดีของ เรอัล มาดริด ซึ่งเป็นสโมสรที่ดีที่สุดในโลก สำหรับมุมมองของผม พวกเขากำลังจะสร้างทีมที่สุดยอด

ทัพ ลอส บลังกอส เป็นทีมเจ้าประจำที่คว้านักเตะซึ่งแจ้งเกิดใน เวิลด์ คัพ อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น โรนัลโด้ เองเมื่อปี 2002 ตามมาด้วยการดึง ฟาบิโอ คันนาวาโร่ กองหลังชาวอิตาเลียน เมื่อปี 2006 และล่าสุดคือปี 2010 ที่พวกเขาทุ่มเงินซื้อ เมซุต โอซิล เข้าสู่ถิ่นซานติอาร์โก เบร์นาเบว นั่นเอง

ทั้งนี้ ดาวโรจน์วัย 22 ปี เพิ่งย้ายจาก ปอร์โต้ มาอยู่กับ โมนาโก ที่ฝรั่งเศสเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว มีข่าวลืออย่างหนาหูว่าเตรียมจะย้ายสังกัดอีกครั้ง หลังจาก มาดริด พร้อมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงตัว เนื่องจากทำผลงานได้อย่างโดดเด่นให้กับทัพ โคเคน ใน เวิลด์ คัพ หนนี้ ด้วยผลงานลงเล่นไป 5 นัด ยิงได้ถึง 6 ประตู นำเป็นดาวซัลโวอยู่ในขณะนี้

========================================




ทีมบราซิล ลุ้น ! ฟีฟ่า ยัน ส.บอล แซมบ้า ยื่นอุทธรณ์ใบเหลือง ซิลวา มาแล้ว หลังนักเตะสะสมครบ 2 ใบ ต้องพลาดลงเล่นนัดพบ เยอรมัน รอบตัดเชือก เวิลด์ คัพ 2014 โดยองค์กรลูกหนังโลก เผย กำลังตรึกตรองเรื่องนี้อยู่

ทีมบราซิล ลุ้น ! ฟีฟ่า ยัน ส.บอล แซมบ้า ยื่นอุทธรณ์ใบเหลือง ซิลวา มาแล้ว หลังนักเตะสะสมครบ 2 ใบ ต้องพลาดลงเล่นนัดพบ เยอรมัน รอบตัดเชือก เวิลด์ คัพ 2014 โดยองค์กรลูหนังโลก เผย กำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่

สหพันธ์ฟุตบอลนานา ชาติ (ฟีฟ่า) ยืนยันว่าทางสหพันธ์ลูกหนังบราซิล (ซีบีเอฟ) ได้ยื่นอุทธรณ์โทษใบเหลืองของ ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังกัปตันทีมทัพ เซเลเซา เป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 ก.ค.) หลังจากเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคนสำคัญรายนี้ ต้องติดโทษแบนห้ามลงสนามในเกมที่ แซมบ้า พบกับ เยอรมัน ในศึก ฟุตบอลโลก 2014 รอบรองชนะเลิศ วันอังคารที่ 9 มิ.ย.นี้

กัปตันทัพ เซเลเซา มาได้รับใบเหลืองที่ 2 ใน ทัวร์นาเมนต์ เวิลด์ คัพ 2014 จากเกมที่พวกเขา สามารถเอาชนะ โคลอมเบีย ไปได้ 2-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย จึงส่งผลให้นักเตะรายนี้ต้องหมดสิทธิ์ลงสนามเกมพบกับ อินทรีเหล็ก ในรอบตัดเชือกทันที อีกทั้ง บราซิล ก็จะไม่มี เนย์มาร์ หัวหอกตัวความหวัง ในแมตช์นี้ด้วย เนื่องจากบาดเจ็บหนัก จึงทำให้ ส.บอล แซมบ้า ยื่นเรื่องอุทธรณ์ใบเหลือง เพื่อหวังได้ ซิลวา กลับมา ซึ่งทาง ฟีฟ่า ก็ระบุว่ากำลังพิจารณาเรื่องดังกล่าวอยู่

เดเลีย ฟิสเชอร์ โฆษกสาวของ ฟีฟ่า กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ฉันสามารถยืนยันได้เลยว่าทาง ฟีฟ่า ได้รับการยื่นอุทธรณ์โทษใบเหลืองของ ซิลวา จากสหพันธ์ฟุตบอลบราซิล เป็นที่เรียบร้อย และขณะนี้ฝ่ายเราก็กำลังทำการวิเคราะห์ผลบอลพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอยู่

อย่าง ไรก็ตาม โอกาสของ ซีบีเอฟ ที่จะประสบความสำเร็จในการยื่นอุทธรณ์โทษแบน ซิลวา ค่อนข้างที่จะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากการอุทธรณ์นั้นมักจะยื่นเรื่องกันในกรณีที่มีนักเตะโดนใบแดงไล่ออก จากสนาม ส่วนใบเหลืองจะไม่ค่อยได้รับอนุญาต

========================================




หลังจากที่ เนย์มาร์ กองหน้าตัวเก่งทีมชาติบราซิล วัย 22 ปี ถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาล เพื่อเข้ารับการค้ำจุนอาการบาดเจ็บที่หลัง จากกรณีที่โดน ฮวน ซูนิก้า ฟูลแบ็กทีมชาติโคลอมเบีย ปะทะหนัก จนข้อกระดูกสันหลังแตกและไม่สามารถลงสนามช่วยทีมบ้านเกิดใน ศึกฟุตบอลโลก 2014 ได้แล้วนั้น

ปรากฎว่ามีนางพยาบาลที่ชื่อว่า ซินเธีย แต่ไม่ได้มีการระบุว่าเป็นคนสัญชาติอะไร เธอถ่ายคลิปตอนที่ เนย์มาร์ นอนเจ็บอยู่บนรถเข็น ซึ่งเธอทำทีท่าว่าสะใจที่ เนย์มาร์ ต้องเจ็บหนัก ก่อนจะหัวเราะ แล้วยังส่งจูบให้กล้องด้วย และเมื่อคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกมา ก็ส่งผลให้เธอโดนไล่ออก โดยสาเหตุที่โดนไล่ออกนั้นก็คาดว่าเธอแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับคนไข้นั่นเอง



========================================


เป็นเดือดเป็นร้อน! คันนาวาโร่ จวก ฟาน กัล ทำตัวไม่น่าเคารพ หลังเลือกส่ง ครูล ลงมาเซฟจุดโทษ แทนที่จะให้ ซิลเลสเซ่น เล่นต่อไป

ฟาบิโอ คันนาวาโร่ อดีตเซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติอิตาลี แสดงทัศนะว่าเขาไม่เห็นด้วย ที่ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ตัดสินใจส่ง ทิม ครูล นายทวารมือ 2 ลงมาแมนที่ของ แยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น ผู้รักษาประตูที่ลงเฝ้าเสามาตลอด ก่อนจะดวลจุดโทษตัดสิน ในเกมที่พวกเขาเอาชนะ คอสตา ริก้า ไปในช่วงนั้น 3-2 (เสมอกัน 0-0 ใน 120 นาที) ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึก ฟุตบอลโลก 2014 เมื่อวันเสาร์ที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมชี้ว่าทำตัวไม่น่ายำเยงแม้แต่น้อย

อดีตกัปตันทัพ อัซซูรี่ ชุดแชมป์โลกเมื่อปี 2006 กล่าวว่า ผมรู้ว่าทุกๆ คนกำลังยกย่อง ฟาน กัล ดั่งเป็นตำนาน หรือเป็นจอมเวทย์ที่สามารถเสกอะไรลงมาก็ดีไปหมด แต่ด้วยความสัตย์จริง มันเป็นสิ่งที่ผมไม่ชอบเอามากๆ มันดูเหมือนเป็นการเหยียดหยามผู้รักษาประตูไปหน่อย คำถามคือใครจะเป็นผู้รักษาประตูเกมต่อไป เมื่อนึกไปถึงเกมหน้าแล้ว? ผมเชื่อได้เลยว่าคุณจะไม่เชื่อถือโค้ชของคุณเต็ม 100 อีกต่อไป

ทั้งนี้ ทัพ อัศวินสีส้ม ได้ ครูล เป็นฮีโร่ เซฟ 2 จุดโทษของทัพ กล้วยหอม ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ขณะที่ อิตาลี มีผลงานชนะ 1 แพ้ 2 ซึ่งได้ถูกวิพากย์วิจารณ์ถึงสาเหตุที่ตกรอบแรกในครั้งนี้ เป็นเพราะเลือกใช้ผู้เล่นบางคนที่ฟอร์มไม่ดี แต่อยู่มาก่อนอย่าง มาริโอ บาโลเตลลี่ หอกจอมเกรียนจาก เอซี มิลาน ลงสนาม แทนที่จะใช่ ชิโร่ อิมโมบิเล่ ซึ่งมีผลงานดีมาตลอดลงเล่นบ้าง


========================================


ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง!! แพทย์ เซเลเซา ปัดลือ เนย์มาร์ มีลุ้นคัมแบ็กลงฟัดนัดชิงดำ ฟุตบอลโลก 2014 ยันชัดเดี้ยงหนักถึงขั้นกระดูกสันหลังร้าวต้องเข้ารับการรักษา หมดสิทธิ์ลงสนามชัวร์ๆ อย่างน้อยที่สุด 1 เดือน

โชเซ่ หลุยซ์ รุนโก้ แพทย์ประจำทีมชาติบราซิลยืนยันว่า เนย์มาร์ กองหน้าคนสำคัญ ไม่มีโอกาส ที่จะกลับมาลงสนามใน ฟุตบอลโลก 2014 ได้อย่างแน่นอน หลังลือกันสนั่นว่าดาวเตะจอมเมลื้อยอาจจะสร้างปาฏิหารย์ด้วยการฝืนสังขารแบกอาการบาดเจ็บลงช่วยทีมในโปรแกรมอีก 2 นัดที่เหลือได้

เนย์มาร์ ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักถึงขั้นกระดูกสันหลังร้าวจากนัดเฉือนชนะ โคลอมเบีย 2-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยตัวแทนจากรั้ว แซมบ้า ยืนยันว่าเจ้าตัวต้องปิดฉากทัวร์นาเมนท์และจะต้องพักอย่างน้อย 1 เดือน แต่ก็ไม่วายมีรายงานจากสื่อหลายสำนักในเมืองกาแฟว่าดาวยิงจากสโมสร บาร์เซโลน่า พร้อมจะฉีดยาระงับปวดเพื่อให้ลงสนามได้ทันในรอบชิงชนะเลิศ (13 ก.ค.)

อย่างไรก็ตาม รุนโก้ รีบชี้แจงข้อเท็จจริงทันทีว่า ไม่มีโอกาสที่เขาจะกลับคืนมาลงเล่นใน ฟุตบอลโลก รอบชิงชนะเลิศ ได้ เขาจะอยู่กับทีมได้ นั่นน่ะใช่ แต่เขาหมดสิทธิ์ที่จะลงไปอยู่ในสนาม ไม่มีทางเลย เราจะไม่สร้างข่าวลวงหรืออะไรที่มันไม่ใช่เรื่องจริงทั้งนั้น เราไม่มีทางเลือกนอกจากไม่ส่งเขาลงสนาม เนย์มาร์ มีอาการบาดเจ็บซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับการรักษา มันจะเสี่ยงกับการฟื้นตัวของเขามากหากยังฟื้นลงสนาม มันเป็นอันตรายต่ออาชีพของเขา

ติดตามอัพเดทข่าวฟุตบอลรวมทั้งวิเคราะห์บอลเพิ่มเติมได้ที่ 

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

รวมกันข่าวฟุตบอล-วิเคราะห์บอลปกติวันนี้ 04/07/2557





เยอรมัน งานเข้า! หลังเชื้อหวัดระบาดในแคมป์ ส่งผลให้มีแข้งป่วยระนาว 7 คน รวมไปถึงแข้งตัวดังอย่าง มุลเลอร์ , ฮุมเมิ่ลส์ และ คราเมอร์

วิเคราะห์บอล : ทีมชาติเยอรมัน ได้รับข่าวที่ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่นัก! หลังล่าสุด เดลี่ย์เมล์ สื่อดังแห่งแดน ผู้ดี ตีข่าวรายงานว่าผู้เล่นของทัพ อินทรีเหล็ก จำนวน 7 ราย กำลังป่วยเป็นไข้ไข้หวัดกันอย่างหนัก ณ เวลานี้ โดยมี มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ ปราการหลังตัวแกร่งจากสโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์ เป็นผู้แพร่เชื้อเป็นคนแรก ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้เล่นในกลุ่มดังกล่าว ไม่พร้อมสำหรับการลงสนามในเกมที่ขุนพล ด๊อยช์ทลันด์ จะพบกับ ฝรั่งเศส ในศึก เวิลด์ คัพ 2014 รอบ 8 ทีมสุดท้าย คืนวันศุกร์ที่จะถึงนี้ (3 ก.ค.)

รายงานดังกล่าวระบุว่า นอกเหนือจากในรายของ ฮุมเมิ่ลส์ แล้ว คริสโตฟ คราเมอร์ และ โธมัส มุลเลอร์ ก็อยู่ในลิสต์สารบาญของผู้เล่น 7 คนที่ป่วยเป็นไข้หวัดเช่นกัน ทำให้ โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์เจ้าเสน่ห์ ต้องเจอกับปัญหาใหญ่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทีมก็เพิ่งจะเสีย ชโครดราน มุสตาฟี่ ไปแบบปึกแผ่นในทัวร์นาเมนต์นี้ เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ในขณะที่ ซามีร์ เคดิร่า , บาสเตียน ชไวสไตน์เกอร์ และ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ก็เพิ่งฟื้นจากอาการเดี้ยงมาได้ไม่นาน

เลิฟ กล่าวสุนทรพจน์ถึงเรื่องนี้สั้นๆ เพียงว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่ไม่ดีเท่าไหร่เลยของเรา ผมไม่อยากจะดราม่าเกินเหตุก่อนเกมการแข่งขัน ที่ผ่านมาเราต้องเดินทางข้าม ไทม์โซน ไปเตะในสถานที่ซึ่งแตกต่างอยู่แหล่ครั้ง มันก็เลยเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าผู้เล่นบางคนอาจจะปรับตัวให้เข้ากับสภาพ อากาศไม่ทัน และเชื้อมันก็เริ่มจะแพร่ออกไปในทีม



===============================


ข่าว ฟุตบอล เดเด้ สุดมั่นใจ กร้าวยกให้ ตราไก่ เป็นทีมตัวเต็งที่จะผ่านเข้ารอบตัดเชือกศึก ฟุตบอลโลก 2014 ต่อไป ยันไม่ได้กลัวบารมี อินทรีเหล็ก เลยแม้แต่บ้าง ก่อนลงดวล 4 กรกฎาคมนี้

ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ กุนซือมากความสามารถของทีมชาติฝรั่งเศส แสดงความมั่นใจแบบไม่เกรงบารมีคู่แข่งในศึก ฟุตบอลโลก 2014 รอบ 8 ทีมสุดท้ายในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้อย่างทีมชาติเยอรมัน เลยแม้แต่น้อย พร้อมยืนยันว่าทัพ ตราไก่ คือตัวเต็งที่จะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไปอย่างตายตัว

ก่อนหน้านี่ โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟฟ์ ผู้จัดการทัพ อินทรีเหล็ก ให้สัมภาษณ์ระบุว่า ฝรั่งเศส เป็นตัวเต็งที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ซึ่ง เดเด้ ก็ยอมรับว่าตนเห็นด้วย โดยกล่าวว่า ใช่แล้ว ผมเห็นด้วย ไม่มีใครกลัวใครแล้ว เยอรมัน เป็นทีมแข็งแกร่ง มีความเชี่ยวชาญ แต่ก็ยินดีที่ได้เจอกัน มันไม่มีความกดดันใดๆ ทั้งสิ้น ผมไม่มีอะไรต้องบอกกับบรรดานักเตะ ประวัติศาสตร์ทั้งหมดเป็นอดีตและพรุ่งนี้เราจะบันทึกหน้าใหม่ลงไป

สำหรับทีมชาติฝรั่งเศส เคยเจอกับ เยอรมัน มาในการพบกัน 5 นัดหลังสุด อินทรีเหล็ก เอาชนะได้เพียงเกมเดียวเท่านั้น และเป็น ตราไก่ ที่ชนะได้ถึง 3 นัดด้วยกัน


===============================



สื่อระบุ แข้ง แอลจีเรีย น้ำใจงามเหลือล้น! หลังล่าสุด ตัดสินใจบริจาคเงินรางวัลทั้งหมดที่ได้จากบอลโลกให้กับแผนกผู้คนที่ยากไร้ในประเทศบ้านเกิด โดยหวังให้สังคมของบ้านตัวเองยกระดับขึ้นมาให้ดีขึ้น

หัวใจหล่อมาก! เดลี่ย์เมล์ สื่อดังแห่งแดน ผู้ดี ตีข่าวรายงานว่าเหล่านักเตะทีมชาติแอลจีเรีย ชุดลุยศึก เวิลด์ คัพ 2014 ได้ตัดสินใจมอบเงินรางวัลที่ได้ทั้งหมดจากการประกวดในทัวร์นาเมนต์นี้ ให้กับกลุ่มประชาชนผู้ยากไร้ในบ้านเกิด โดยหวังให้ผู้คนภายในประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นบ้างหลังจากนี้

แม้ว่าจะร่วงตกรอบไปแล้ว แต่ถึงกระนั้น ขุนพล จิ้งจอกทะเลทราย ก็สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้แบบชนิดหักปากกาเซียน ก่อนที่จะไปพ่ายให้กับ เยอรมัน ในช่วงต่อเวลาพิเศษผลบอล 1-2 (ในเวลาปกติเสมอกัน 0-0) ส่งผลให้เหล่านักเตะได้รับการต้อนรับจากแฟนบอลในประเทศเยี่ยงวีรบุรุษ แต่ถึงกระนั้น นักเตะ แอลจีเรีย ทุกคนก็ตัดสินใจมอบเงินรางวัลที่ได้ทั้งหมดให้กับกลุ่มคนจนผู้ยากไร้ใน ประเทศ โดย อิสลาม สลิมานี่ หัวหอกตัวเก่งของทีม ก็กล่าวถึงเรื่องนี้สั้นๆ เพียงว่า เงินก้อนนี้จำเป็นต่อพวกเขามากกว่าเรา

ผลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ แอลจีเรีย เป็นเพียงชาติเดียวจากทวีปแอฟริกา ที่ไม่มีปัญหาความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้นเรื่องเงินโบนัส ซึ่งเหลื่อมล้ำกับชาติอย่าง ไนจีเรีย, แคเมอรูน และ กานา ที่มีข่าวคราวตกลงเรื่องรายได้กันไม่ลงตัวมาตลอด โดยเฉพาะเหล่านักเตะ กานา ที่ถึงขั้นแบนตัวเองไม่ยอมฝึกซ้อม จนส่งผลให้รัฐบาลของประเทศ ต้องขนเงินจำนวน 2.3 ล้านยูโร ขึ้นเครื่องบินมาให้แบบสดๆ แต่สุดท้าย ทีมก็มีอันร่วงตกรอบแบ่งกลุ่มอยู่ดี





===============================


เนสต้า ยัน เมสซี่ มีศักยภาพฝีเท้าที่เหนือกว่า CR7 ชัดเจน โดยดูได้จากผลงานการรับใช้ชาติเกิดใน เวิลด์ คัพ 2014

อเลสซานโดร เนสต้า ตำนานกองหลังจอมเก๋าทีมชาติอิตาลี และ เอซี มิลาน สโมสรชื่อดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา ยืนยันว่า ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะอัจฉริยะทีมชาติ อาร์เจนติน่า นั้นมีศักยภาพฝีเท้าที่เหนือกว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ ปีกจอมถล่มประตูทีมชาติ ประเทศโปรตุเกส อย่างชัดเจน โดยดูจากฟอร์มการเล่นที่แสดงให้เห็นได้ชัดในทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2014

เนสต้า ซึ่งเคยต่อกรกับ เมสซี่ และ เจ้าของโค้ดเนม CR7 มาแล้วสมัยยังค้าแข้งอยู่ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า บนโลกใบนี้กำลังมองหาผู้เล่นที่สามารถจับตาย เมสซี่ ได้อย่างอยู่หมัด แต่น่าเสียดายอยู่อย่างหนึ่งนะ ผมเคยเจอกับเขา 4 ครั้งใน 1 ฤดูกาล และผมโชคไม่ดีสุดๆ เลยเพราะว่าตอนนั้นผมก็แก่มากแล้ว เมสซี่ คือนักฟุตบอลมหัศจรรย์ โรนัลโด้ เองก็เช่นกัน แต่ เมสซี่ นั้นมีอะไรที่พิเศษกว่า เพราะเขาสามารถสร้างความหนักใจให้กองหลังได้เสมอเลย และมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คุณจะเอาเขาอยู่

คุณอาจจะตามประกบเขาได้นะ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเหนื่อย คุณจะเห็นว่า เมสซี่ นั้นไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย เขาจะยังสดใหม่อยู่เสมอเหมือนกับเพิ่งลงสนามมาใหม่ๆ แต่ถึงแม้เกมกับ สวิตเซอร์แลนด์ มันอาจจะไม่ใช่เกมของเขา แต่ในตอนท้ายจบ เขาก็สามารถผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมยิงประตูได้ อดีตแนวรับ ปีศาจแดง-ดำ ร่ายยาว

===============================





จบรอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2014 แล้ว ยอดรวมประตูทั้งหมดอยู่ที่ 154 ประตู เป็นการทำเข้าประตูตัวเอง 5 ลูก เฉลี่ย 2.8 ประตูต่อ 1 แมตช์ มากกว่าฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ที่ค่าเฉลี่ย 2.3 ประตู ที่สำคัญจำนวน 154 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นสถิติที่เยอะกว่าทั้งทัวร์นาเมนต์ของฟุตบอลโลก 2006, 2010 และมีโอกาสสูงที่จะทำลายสถิติฟุตบอลโลกที่มีการยิงประตูกันถล่มสลายที่สุด คือ ฟร้องซ์ 98 ที่จำนวนรวม 171 ประตู เพราะตอนนี้ยังเหลืออีก 8 แมตช์ให้แข่งขันกัน


ถ้าแยกออกมาในส่วนของทีมชาติที่ยิงประตูได้มากที่สุดหลังจบรอบ 8 ทีมสุดท้าย เนเธอร์แลนด์ ยิงประตูมากที่สุด 4 นัด 12 ประตู รองลงมาเป็น โคลอมเบีย 4 นัด 11 ประตู ช่วยทีมที่เสียประตูมากที่สุด 9 ลูก ใน 3 แมตช์ คือ ออสเตรเลีย และ แคเมอรูน





ที่น่าสนใจไปกว่านั้น เมื่อแยกออกมาเป็นลีกแล้ว สถิติลีกที่ยิงประตูได้มากที่สุด คือ อังกฤษ และ เยอรมนี ยึดครองดาวซัลโวร่วมกันอยู่ที่ 30 ประตู (นับทุกลีกในประเทศรวมกัน) รองลงมาเป็น สเปน ที่ 23 ลูก ขณะที่ อิตาลี และ ฝรั่งเศส รั้งเบอร์ 3 เพียง 11 ประตูเท่านั้น แต่ถ้านับเพียงลีกสูงสุด บุนเดสลีก้า เยอรมนี เป็นลีกที่มีนักเตะยิงประตูสูงสุดที่ 30 ประตู แต่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มี 28 ประตู เพราะมีนักเตะชาร์ลตันและวีแกนทำประตูได้ด้วย


สรุปอันดับลีกสูงสุดที่มีนักเตะที่เล่นอยู่ทำประตูในฟุตบอลโลก 2014 มากที่สุด ดังนี้ 
1.บุนเดสลีก้า เยอรมนี 30 ประตู 
2.พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 28 ประตู 
3.ลาลีก้า สเปน 23 ประตู 
4.กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี และลีก เอิง ฝรั่งเศส 11 ประตู 
6.พรีเมร่า ลีก้า โปรตุเกส 8 ประตู 
7.พรีเมียร์ดัตช์ เนเธอร์แลนด์, รัสเซีย พรีเมียร์ลีก รัสเซีย, ลีก้า เอ็มเอ๊กซ์ เม็กซิโก 5 ประตู 
10.คัมเปโอนาโต้ ซีรีอา บราซิล 3 ประตู 
11.เตอร์กิช ซุปเปอร์ลีก ตุรกี, ลีก เอิง ตูนิเซีย, อาระเบียน กัลฟ์ลีก ยูเออี, กรีก ซุปเปอร์ลีก กรีซ 2 ประตู นอกจากนั้นมีสกอตติช พรีเมียร์ลีก สกอตแลนด์, ลีก้า นาซิอองนาล ฮอนดูรัส, อาร์เจนตินา พรีเมร่า, เบลเยียม โปรลีก, พราวา ลีก้า โครเอเชีย, เค-ลีก เกาหลีใต้ที่มีผลงานลีกละ 1 ประตู




ด้านสถิติของสโมสรที่ยิงประตูมากที่สุดใน 56 แมตช์ที่จบไปแล้วของ ฟุตบอลโลก 2014 บาเยิร์น มิวนิก ที่มีนักเตะซัดรวมกันไปแล้ว 14 ประตู เพราะมีตัวความหวังของหลายชาติอย่าง 
โธมัส มุลเลอร์ ดาวยิงเยอรมนี 
อาร์เยน ร็อบเบน ปีกตัวเก่งของเนเธอร์แลนด์ 
รวมทั้ง เซอร์ดาน ชากิรี่ ตัวความหวังของ สวิตเซอร์แลนด์ ที่ซัดแฮตทริกคนแรกของทัวร์นาเมนต์นี้ได้ แค่ 3 คนนี้ก็ซัดรวมกัน 10 ลูกแล้ว ยังไม่นับรวม 
มาริโอ มานซูคิช กองหน้า โครเอเชีย ที่ยิง 2 เม็ด 
จูเลียน กรีน กองกลางดาวรุ่ง สหรัฐอเมริกา 
มาริโอ เกิตเซ่ แข้งอินทรีเหล็ก 
รองลงมาเป็นบาร์เซโลน่า รองแชมป์ลาลีก้า สเปน รวม 10 ประตู 4 ลูกจาก 
ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีม อาร์เจนตินา 4 เม็ดจาก เนย์มาร์ ซุปเปอร์สตาร์ บราซิล อเล็กซิส ซานเชซ ตัวรุก ชิลี 2 ประตู อันดับ 3 เป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยิงได้ 8 ประตูจาก 6 คน คือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กัปตันทีมเนเธอร์แลนด์ที่ยิงคนเดียว 3 ประตู นอกนั้น 5 คนยิงคนละ 1 ประตู มารูยาน เฟลไลนี่(เบลเยียม) นานี่(โปรตุเกส) ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ(เม็กซิโก) เวย์น รูนี่ย์(อังกฤษ) ฆวน มาต้า (สเปน)


ขณะที่อันดับ 4 เป็นของรีล มาดริด แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกทีมล่าสุด ที่มีผลงาน 6 ประตูจาก คาริม เบนเซม่า กองหน้าฝรั่งเศสคนเดียว 3 ประตู คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส) อังเคล ดิ มาเรีย (อาร์เจนตินา) ชาบี้ อลอนโซ่ (สเปน) คนละประตู ด้าน โมนาโก จาก ลีกเอิง มาเป็นอันดับ 5 แต่เป็น ฮาเมส โรดริเกซ นักเตะโคลอมเบียที่ยิงคนเดียวทั้ง 5 ลูก


ทีมบิ๊กเนมของยุโรปอีกหลายทีมกลับมีนักเตะที่ทำประตูได้ไม่เยอะนัก เชลซี, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 4 ประตูลิเวอร์พูล 3 ประตู แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ดอร์ทมุนด์, อาร์เซน่อล, เปแอสเช, นิวยอร์ก เร้ดบูล 2 ประตู 


เยอรมนี, เบลเยียม, ฝรั่งเศส, โคลอมเบีย, คอสตาริกา, เนเธอร์แลนด์, อาร์เจนตินา, บราซิลเป็น 8 ทีมสุดท้ายที่เหลือในตอนนี้ และเหลืออีก 8 นัดที่เหลือ นอกจากการลุ้นแชมป์โลกแล้ว ทีมอย่างอินทรีเหล็กและตราไก่ฝรั่งเศสยังมีลุ้นว่าลีกตัวเองจะยังไม่ตายดาวซัลโวด้วยหรือไม่ อีกไม่กี่วันก็รู้แล้ว


===============================


แมตช์นี้ทุกคนต้องห้ามพลาด! ประเทศโคลอมเบียประกาศหยุดงานทั่วประเทศในวันศุกร์นี้เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนในชาติได้ร่วมเชียร์ร่วมลุ้นทีมชาติในนัดที่จะพบกับบราซิล

ฮวน มานูเอล ซานโตส ประธานาธิบดีของโคลอมเบียเอาใจคอลูกหนังเต็มที่ หลังประกาศหยุดทั่วประเทศหนึ่งวัน ในวันวันศุกร์นี้ หลังทีมชาติโคลอมเบียมีคิวดวลแข้งกับบราซิล ในศึกฟุตบอลโลกปี 2014 นี้

ซึ่งก็ถือเป็นแมตช์แห่งประวัติศาสตร์ผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรก ซึ่งก็คิดว่าประชาชนทั้งประเทศไม่ควรเพลี่ยงลุ้นให้ทีมรักชนะเจ้าภาพให้ได้ ซึ่งผู้นำชาติก็ได้ตัดสินใจประกาศหยุดงานข้าราชการทั้งประเทศ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมลุ้นไปด้วยกัน

ติดตามอัพเดทข่าว บอล ฟุตบอล ผลบอล โปรแกรมบอล ตารางบอล

เพิ่มเติมได้ที่

http://footballclubpza.blogspot.com/

รวมข่าวฟุตบอลโลกในรอบอาทิตย์ที่ทะลวงมา


นาทีที่ดิมาเรียฮีโร่ฟ้า-ขาว อาเจนติน่า! ยิงประตูชัย นาทีที่ 118 
ทุบสวิสสุดระทึกด้วยสกอร์ 1-0

ฟุตบอลโลก 2014 

รอบ 16 ทีมสุดท้าย 


วันอังคารที่ 21 มิถุนายน 2557 


อาร์เจนติน่า 0-0 สวิตเซอร์แลนด์


(120นาที อาร์เจนติน่า ชนะ 1-0 ในเวลาพิเศษ)



สนาม : เมืองเซา เปาโล ด้าวบราซิล อารีน่า เด เซา เปาโล 


ผู้ตัดสิน : โยนาส อีริคส์สัน (สวีเดน)

ทีมชาติอาร์เจนติน่า หรือ ฟ้า-ขาว แชมป์กลุ่ม F พบ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ อันดับสองของกลุ่มอี

วิเคราะห์บอล 10 นาทีแรก ทั้งสองฝ่ายยังทำอะไรกันมากไม่ได้ โดยทำได้เพียงแค่ผลัดกันบุกแต่ยังจบสกอร์กันไม่ไหว

นาที 28 ทีมสวิตเซอร์แลนด์ เกือบได้ประตูไปก่อน เซอร์ดาน ชากิรี่ เลี้ยงบอล เข้าเขตโทษ ก่อนจ่ายบอลให้ กรานิต ชาก้า ได้ซัดบริเวณจุดโทษ แต่บอลก็ถูก เซร์จิโอ โรเมโร่ พุ่งปัดไว้ได้อย่างหวุดหวิด


นาทีที่ 36 กรานิต ชาก้า โดนใบเหลืองเป็นคนแรก หลังพวยเข้าชนใส่ เอเซเกล ลาเวซซี่ แบบดื้อๆ ในจังหวะที่เจ้าตัวหนีการประกบได้แล้ว

ในช่วงท้ายทั้งสองทีมก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายหมดเวลาครึ่งแรกเสมอกันไป 0-0

ในนาทีที่ 62 อาร์จนติน่า เกือบได้ลุ้นประตู โดย มาร์กอส โรโย่ ครอสจากด้านข้างมาให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน วิ่งสอดมาโขกหน้าประตู แต่บอลไปถูก ดิเอโก้ เบนาโย่ กระโจนปัดออกหลังไปได้อย่างฉิวเฉียด




น.65 สวิตเซอร์แลนด์ แก้เกมก่อน ส่ง เกลสัน แฟร์นองเดส ลงสนามแทน กรานิต ชาก้า

น.73 เกลสัน แฟร์นองเดส มาโดนเหลืองหลังวิ่งเข้าไปสอยใส่ อังเคล ดิ มาเรีย แบบน่าเกลียด

น.74 อาร์เจน ตัดสินใจส่ง โรดริโก้ ปาลาซิโอ ลงสนามโดยถอดเอา เอเซเกล ลาเวซซี่ ที่เกมนี้ไม่ได้สร้างช่องทางช่วยทีมมากเท่าที่คว

น.78 ฟ้า-ขาว ยังพลาดโอกาสทำประตูไปได้อีกครั้ง คราวนี้ ลิโอเนล เมสซี่ หนีการประกบของ วาลอน เบห์รามี่ ก่อนจะซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งลอดขาแนวรับที่พยายามป้องกันไปถูก ดิเอโก้ เบนาโย่ ล้มตัวบล็อกไวได้ ก่อนที่ โรดริโก้ ปาลาซิโอ จะเข้าไปซ้ำ แต่กลายเป็นเจ้าตัวเข้าไปทำฟาวล์ใส่เจ้าตัวเสียก่อน

น.82 สวิส ตัดสินใจถอด โจซิป เดอร์มิค ออกไป แล้วให้ ฮาริส เซเฟโรวิช กองหน้าสำรองลงสนามมาช่วยลุ้นประตูแทน

น.89 มาร์กอส โรโย่ มาโดนใบเหลืองเพิ่ม หลังวิ่งเข้าไปสอยเข้าที่เท้าของ ริคาร์โด้ โรดริเกซ จนล้มลงอย่างรุนแรง


ในช่วงท้ายเกมทั้งสองทีม ยังคงไม่สามารถทำประตูกันได้ สุดท้ายหมดเวลาสกอร์เสมอกัน 0-0 ต้องเล่นกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที

15 นาทีแรก ของช่วงต่อเวลาพิเศษ ทั้งสองทีมก็ยังเล่นแบบสูสี และ อาร์เจนติน่า ได้ถอด มาร์กอส โรโย่ ออกไปพัก แล้วให้ โฮเซ่ บาซานต้า ลงมาช่วยเกมรับแทน

หลังจากนั้นทั้งสองทีมก็ยังไม่มีใครทำทางเข้าออกกันได้เสมอกันอีกครั้ง 0-0 ต้องเล่นต่อในอีก 15 นาทีสุดท้าย

15 นาทีสุดท้าย อาเจน ส่ง ลูคัส บีย่า ลงสนามเป็นคนสุดท้ายแทนที่ของ เฟร์นันโด กาโก้

นาทีที่ 109 ฟ้า-ขาว พลาดโอกาสได้ประตูจาก อังเคล ดิ มาเรีย รับบอล จากเพื่อนที่ฝั่งขวา ก่อนจะตัดสินใจ

ซัดบอลด้วยซ้ายเน้นๆ ระยะ 25 หลา แต่ ดิเอโก้ เบนาโย่ ก็ยังไม่พลาดพุ่งตัวปัดไว้ได้อีกเช่นเคย

น.113 สวิส เปลี่ยนเอา เบลริม เซไมลี่ ลงมาเป็นคนสุดท้าย โดยถอดเอา อัดเมียร์ เมห์เมดี้ ออกไปพัก

นาทีที่ 118 ฟ้า-ขาว ก็ได้ประตู เมื่อ สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ ทำพลั้งเผลอถูกแย่งบอลไปได้ ลูกมาเข้าเท้า เมสซี่ ลากมาถึงหน้าเขตโทษ ก่อนจะแทงออกขวาให้ อังเคล ดิ มาเรีย ที่รออยู่ได้ซัดด้วยซ้าย บอลผ่านมือ ดิเอโก้ เบนาโย่ เสียบตาข่ายเข้าไปอย่างเฉียบขาดให้ อาร์เจน ขึ้นนำ 1-0




ช่วงท้ายเกมของการทดเจ็บ สวิตเซอร์แลนด์ น่าจะตีเสมอได้เป็นอย่างยิ่งจากลูกเตะมุม บอลป้ายไปเข้าหัว เบลริม เซไมลี่ ได้เทกตัวโขกบอลจ่อๆ ผ่านมือ เซร์จิโอ โรเมโร่ ไปได้แล้ว ลูกพุ่งไปชนเสากระดอนมาโดนหน้าแข้งเจ้าตัวอีกครั้ง แต่ลูกกลับพุ่งเฉี่ยวเสาออกไปแบบเหลือเชื่อ

ก่อนจะหมดเวลา เอเซเกล การาย ได้เสียบ เซอร์ดาน ชากิรี่ หน้าเขตโทษพร้อมกับโดนใบเหลืองไปด้วย พร้อมกับเป็นลูกฟรีคิกระยะ 17 หลา ชากิรี่ วิ่งมาซัดเองแต่บอลก็ไปติดกำแพงก่อนจะโดนเคลียร์ออกไปได้

จบเกมส์ อาร์เจนติน่า เอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ ไปได้ 1-0 ส่งผลให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้สำเร็จ โดยโปรแกรมบอลนัดต่อไปจะเข้าไปพบกับ เบลเยียม ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้



รายชื่อผู้เล่น ทีมชาติอาร์เจนติน่า (4-3-3) :
เซร์จิโอ โรเมโร่ - ปาโบล ซาบาเลต้า, เฟเดริโก เฟร์นานเดซ, เอเซเกล การาย, มาร์กอส โรโย่ (โฮเซ่ บาซานต้า น.105) - เฟร์นันโด กาโก้ (ลูคัส บีย่า น.106), ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, อังเคล ดิ มาเรีย - เอเซเกล ลาเวซซี่ (โรดริโก้ ปาลาซิโอ น.74), ลิโอเนล เมสซี่, กอนซาโล่ อิวาอิน
ผู้เล่นสำรอง
อากุสติน โอริออน - มาเรียโน่ อันดูฆาร์ - อูโก้ กัมปันยาโร่ - มาร์ติน เดมิเคลิส - เอ็นโซ่ เปเรซ - มักซี่ โรดริเกซ - อากุสโต้ เฟร์นานเดซ - ริคคาร์โด้ อัลวาเรซ - เซร์จิโอ อเกวโร่

รายชื่อผู้เล่น ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ (4-2-3-1) :
ดิเอโก้ เบนาโย่ - สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์, โยอัน ฌูรู, ฟาเบียน ชาร์, ริคาร์โด้ โรดริเกซ - วาลอน เบห์รามี่, โกคาน อินแลร์ - เซอร์ดาน ชากิรี่, กรานิต ชาก้า (เกลสัน แฟร์นองเดส น.65), อัดเมียร์ เมห์เมดี้ (เบลริม เซไมลี่ น.113) - โจซิป เดอร์มิค (ฮาริส เซเฟโรวิช น.82)
ผู้เล่นสำรอง
ยานน์ ซอมเมอร์ - โรมัน บูร์กี้ - เรโต้ ซีกเลอร์ - ฟิลิปป์ เซนเดอรอส - มิเชล แลง - ทรานควิโล่ บาร์เน็ตต้า - วาเลนติน สต็อคเกอร์

====================================================




ฮิตซ์เฟลด์ สุดจะภูมิใจกับผลงานของ สวิตเซอร์แลนด์ 

ที่สู้ยิบตาต้านกับ อาร์เจนติน่า สุดชีวิตแม้ว่าสุดท้ายพ่ายฉิว 0-1 ช่วงต่อเวลา พร้อมประกาศปิดฉากชีวิตกุนซือทันทีหลังจบเกม

โดยอ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ เทรนเนอร์ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ยอมรับว่ารู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกทีมเป็นอย่างยิ่งจากการที่ขุนพล แดนนาฬิกา สวมหัวใจสิงห์สู้กับ ทีมชาติอาร์เจนติน่า ได้อย่างสมศักดิ์ศรี แม้ว่าจะต้องจอดป้ายเพียงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการพ่ายให้กับทัพ ฟ้า-ขาว ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 พร้อมกันนี้ ท่านนายพล ยังประกาศอำลาการคุมทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์อย่างเป็นทางการทันทีหลังจบเกม เมื่อวันอังคารที่ที่ผ่านมา

อดีตเทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค กล่าวยกย่องลูกทีมแม้ว่าจะปราชัยให้กับพลพรรค ฟ้า-ขาว ว่า เกมวันนี้ทำให้ผมรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจมาก เราได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของทีม รวมไปถึงแท็กติกและกลยุทธ์ต่างๆที่วางไว้ เราตั้งรับอย่างไม่มีอาการตื่นตระหนก ประตูที่เราเสียในช่วงต่อเวลา ทำให้เราได้เห็นถึงปฏิกริยาตอบสนอง และนั่นก็คือความภาคภูมิใจของเรา

ทั้งยังกล่าวต่ออีกว่า  ผมขอแสดงความยินดีและชื่นชมกับลูกทีมของ สวิตเซอร์แลนด์ ที่ทำให้คนทั่วโลกจดจำเรา และเรายังสามารถเดินออกจากสนามกลับบ้านด้วยความภูมิใจ แม้จะตกรอบ ส่วนอนาคตของตัวผม ผมกำลังจะประกาศยุติการทำหน้าที่เทรนเนอร์ และผมก็จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกครั้ง ฮิตซ์เฟลด์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ฮิตซ์เฟลด์ วัย 65 ปีหมดสัญญากับสมาคมฟุตบอลสวิตเซอร์แลนด์พอดี หลังจบศึก ฟุตบอลโลก 2014 โดยนายใหญ่รายต่อไปที่จะเข้ามารับช่วงต่อก็คือ วลาดิเมียร์ เพ็ทโควิช อดีตกุนซือของ ลาซิโอ ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

===========================================================




โอนาซี่ ไม่ติดใจอะไร มาตุยดี้ ยันให้อภัยแล้ว 

หลังแข้งน้ำหอมโร่ขมา หลังเป็นเหตุทำให้เดี้ยงหนักเกม เวิลด์ คัพ 2014 นัด อินทรีมรกต พ่าย ตราไก่

โอเกนยี่ โอนาซี่ มิดฟิลด์ทีมชาติไนจีเรีย ออกมาตอบรับคำขออภัยของ แบลส มาตุยดี้ กองกลางทีมชาติ ฝรั่งเศส พร้อมเปิดปากให้อภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังแข้งเลือดน้ำหอมได้ออกมากล่าวขอโทษ เนื่องจากเป็นเหตุทำให้เจ้าตัวนั้นได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจนกระดูกหน้าแข้งและกระดูกน่องแตก ในเกม ฟุตบอลโลก 2014 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ อินทรีมรกต พ่าย ตราไก่ 0-2 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (30 มิ.ย.)

ภายหลังจบเกมการประกวดประขันดังกล่าวทาง มาตุยดี้ ก็ได้ออกมากล่าวขอโทษกับ โอนาซี่ พร้อมกับอวยพรให้เพื่อนร่วมอาชีพหายไวๆ ด้วยว่า ผมไม่ได้จงใจจะทำให้เขาเจ็บหนัก ผมรู้สึกผิดหวังจริงๆ เพราะผมไม่ใช่นักเตะสันดานแบบนั้น ผมขอโทษจริงๆ นะ พอผมรู้เรื่องปุ๊บผมก็เดินไปขอโทษเขาให้ห้องแต่งตัวทันทีเลย

ล่าสุด โอนาซี่ ก็ได้ออกมายืนยันว่า เจ้าตัวนั้นไม่ได้ติดใจอะไร พร้อมกับรู้สึกกตเวทีที่แข้ง อินทรีมรกต ออกมาเปิดปากขอโทษ โดยได้โพสต์ข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังว่า สวัสดี @MatuidiBlaise ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจ และรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอบคุณจริงๆนะเพื่อน นอกจากนี้ผมต้องขอบคุณเพื่อนของผมและแฟนๆ อันเป็นที่รัก ที่คอยให้กำลังใจผมอยู่เสมอ ผมหวังว่าอาการเจ็บของผมนั้นจะหายดีเป็นปกติโดยเร็วที่สุด

ก่อนหน้ามีรายงานว่า โอนาซี่ นั้นได้รับบาดเจ็บจนขี้เหนียวหน้าแข้งและกระดูกน่องแตกหักจากเกมดังกล่าว อย่างไรก็ตามล่าสุด คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังในประเทศ อิตาลี รายงานว่า ไม่ได้มีส่วนที่แตกหักแต่อย่างใด


===========================================================




ผมยังเด็กอยู่ 

อาซาร์ กล่าวยอมรับ ตอนนี้ฝีเท้าตนยังไม่เจ๋งเท่า ลีโอเนล เมสซี่ แต่ยังมีเวลาพัฒนาอีกเยอะ พร้อมเชื่อจะพา ปีศาจแดง อัด ฟ้า-ขาว กระเด็นร่วงรอบ 8 ทีม เวิลด์คัพ\'14

โดยที่เอแด็น อาซาร์ ปีกตัวจี๊ดทีมชาติเบลเยียมจากสโมสร เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมากล่าวยอมรับว่า ตนเองยังมีฝีเท้าไม่ดีพอเทียบเท่า ลีโอเนล เมสซี่ กองหน้าตัวเก่งทีมชาติอาร์เจนติน่า คู่แข่งที่จะต้องพบกันในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่ยังเชื่อตนเองยังมีเวลาพิสูจน์ตัวเองอีกเหลือเฟือ พร้อมตั้งเป้าหมายพาชาติบ้านเกิด เอาชนะทัพ ฟ้า-ขาว ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศให้ได้

เอเดน กล่าวว่า ผมชื่นชมเมสซี่ และทุกวันนี้ผมยังไม่สามารถเทียบเคียงชั้นกับเขาได้ แต่ผมยังมีเวลาอยู่อีกเยอะ อย่างไรก็ตามนั่นมันไม่ใช่เป้าหมายของผม เป้าหมายของผมคือการพาทีมชาติผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศให้ได้ อาร์เจนติน่า ไม่ได้มีแค่เมสซี่ พวกเขามีทีมที่แข็งแกร่ง แต่ก็ชอบพึ่งแค่เมสซี่ คนเดียว 
กองกลางวัย 23 ปีกล่าว

ทั้งนี้นั้น ทัพ ปีศาจแดงแห่งยุโรป เอาชนะ สหรัฐอเมริกามาได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนอาร์เจนติน่า ก็เอาชนะ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาได้ 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษเช่นเดียวกัน โดยทั้ง 2 ทีมจะมีคิว โปรแกรมบอลลงดวลแข้งกันในวันเสาร์ที่ 5 กรกฏาคมที่จะถึงนี้

===========================================================


ติดตามข่าว ฟุตบอล วิเคราะห์บอล ผลบอล ตารางบอล โปรแกรมบอล บอลโลก 2014 


เพิ่มเติมได้ที่ 


วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอล : นาทีที่ดิมาเรียฮีโร่ฟ้า-ขาว อาเจนติน่า! ยิงประตูชัย นาทีที่ 118 แพ่นสวิสสุดระทึกด้วยสกอร์1-0




รอบ 16 ทีมสุด ท้าย 


วันอังคารที่ 21 มิถุนายน 2557 


อาร์เจนติน่า 0-0 สวิตเซอร์แลนด์


(120นาที อาร์เจนติน่า ชนะ 1-0 ในเวลา พิเศษ)


สนาม : เมืองเซา เปาโล ประเทศ บราซิล อารีน่า เด เซา เปาโล 

ผู้ตัดสิน : โยนาส อีริคส์สัน (สวีเดน)

ทีมชาติอาร์เจนติน่า หรือ ฟ้า-ขาว แชมป์กลุ่ม F พบ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ อันดับสองของกลุ่มอี

10 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังทำอะไรกันมากไม่ได้ โดยทำได้เพียงแค่ผลัดกันบุกแต่ ยังจบสกอร์กันไม่ได้

นาที 28 ทีมสวิตเซอร์แลนด์ เกือบได้ประตูไปก่อน เซอร์ดาน ชากิรี่ เลี้ยงบอล เข้าเขตโทษ ก่อนจ่ายบอลให้ กรานิต ชาก้า ได้ซัดบริเวณจุดโทษ แต่บอลก็ถูก เซร์จิโอ โรเมโร่ พุ่งปัดไว้ได้อย่างหวุด หวิด


นาทีที่ 36 กรานิต ชาก้า โดนใบเหลืองเป็นคนแรก หลังพุ่งเข้าชนใส่ เอเซ เกล ลาเวซซี่ แบบดื้อๆ ในจังหวะที่เจ้าตัวหลีกหนีการประกบได้แล้ว

ในช่วงท้ายทั้งสองหมู่ก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายหมดเวลาครึ่งแรกเสมอกันไป 0-0

ในนาทีที่ 62 อาร์จนติน่า เกือบได้ลุ้นประตู โดย มาร์กอส โรโย่ ครอสจากด้านข้างมาให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน วิ่งสอดมาโขกหน้าประตู แต่บอลไปถูก ดิเอโก้ เบนาโย่ โดดปัดออกหลังไปได้อย่างฉิว เฉียด


น.65 สวิตเซอร์แลนด์ แก้เกมก่อน ส่ง เกลสัน แฟร์นองเดส ลงสนามแทน กรานิต ชาก้า

น.73 เกลสัน แฟร์นองเดส มาโดนเหลืองหลังวิ่งเข้าไปสอยใส่ อังเคล ดิ มาเรีย แบบน่าเกลียด

น.74 อาร์เจน ตัดสินใจส่ง โรดริโก้ ปาลาซิโอ ลงสนามโดยถอดเอา เอเซเกล ลาเวซซี่ ที่เกมนี้ไม่ได้สร้างโอกาสช่วยทีมมากเท่าที่คว

น.78 ฟ้า-ขาว ยังพลาดโอกาสทำประตูไปได้อีกครั้ง คราวนี้ ลิโอเนล เมสซี่ หนีการ ประกบของ วาลอน เบห์รามี่ ก่อนจะซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งผลุบขาแนวรับที่พยายามป้องกันไปถูก ดิเอโก้ เบนาโย่ ล้มตัวบล็อกไวได้ ก่อนที่ โรดริโก้ ปาลาซิโอ จะเข้าไปซ้ำ แต่ กลายเป็นเจ้าตัวเข้าไปทำฟาวล์ใส่เจ้าตัวเสียก่อน

น.82 สวิส ตัดสินใจถอด โจซิป เดอร์มิค ออกไป แล้วให้ ฮาริส เซเฟโรวิช กองหน้าสำรองลงสนามมาช่วยลุ้นประตู แทน

น.89 มาร์กอส โรโย่ มาโดนใบเหลืองรวม หลังวิ่งเข้าไปสอยเข้าที่เท้าของ ริคาร์โด้ โรดริเกซ จนล้มลงอย่างรุนแรง


ในช่วงท้ายเกมทั้งสองทีม ยังคงไม่สามารถทำประตูกันได้ สุดท้ายหมด เวลาสกอร์เสมอกัน 0-0 ต้องเล่นกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที

15 นาทีแรก ของช่วงต่อเวลาพิเศษ ทั้งสองทีมก็ยังเล่นแบบสูสี และ อาร์เจนติน่า ได้ถอด มาร์กอส โรโย่ ออก ไปพัก แล้วให้ โฮเซ่ บาซานต้า ลงมาช่วยเกมรับแทน

หลังจากนั้นทั้งสองทีมก็ยังไม่มีใครทำประตูกันได้เสมอกันอีกครั้ง 0-0 ต้องเล่นต่อในอีก 15 นาทีสุดท้าย

15 นาทีสุดท้าย อาเจน ส่ง ลูคัส บีย่า ลงสนามเป็นคนสุดท้ายแทนที่ของ เฟร์นันโด กาโก้

นาทีที่ 109 ฟ้า-ขาว พลาดโอกาสได้ประตูจาก อังเคล ดิ มาเรีย รับบอลจาก เพื่อนที่ฝั่งขวา ก่อนจะตัดสินใจ

ซัดบอลด้วยซ้ายเน้นๆ ระยะ 25 หลา แต่ ดิเอโก้ เบนาโย่ ก็ยังไม่พลาดกระโจนตัวปัดไว้ได้อีกเช่นเคย

น.113 สวิส เปลี่ยนเอา เบลริม เซไมลี่ ลงมาเป็นคนสุดท้าย โดยถอดเอา อัดเมียร์ เมห์เมดี้ ออกไป พัก

นาทีที่ 118 ฟ้า-ขาว ก็ได้ประตู เมื่อ สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ ทำพลาดถูกแย่งบอลไปได้ ลูกมาเข้าเท้า เมสซี่ ลากมาถึงหน้าเขตโทษ ก่อนจะแทงออกขวาให้ อังเคล ดิ มาเรีย ที่รออยู่ได้ซัดด้วยซ้าย บอลผ่านมือ ดิเอโก้ เบนาโย่ เสียบตาข่ายเข้าไปอย่างเฉียบขาดให้ อาร์เจน ขึ้นนำ 1-0


ช่วงท้ายเกมของการทดเจ็บ สวิตเซอร์แลนด์ น่าจะตีเสมอ ได้เป็นอย่างยิ่งจากลูกเตะมุม บอลโยนไปเข้าหัว เบลริม เซไมลี่ ได้เทกตัวโขกบอลจ่อๆ ผ่านมือ เซร์จิโอ โรเมโร่ ไปได้แล้ว ลูกพุ่งไปชนเสากระดอนมาโดนหน้าแข้งเจ้าตัวอีกครั้ง แต่ลูกกลับพุ่งเฉี่ยวเสา ออกไปแบบเหลือเชื่อ

ก่อนจะหมดเวลา เอเซเกล การาย ได้เสียบ เซอร์ดาน ชากิรี่ หน้าเขตโทษพร้อมกับโดนใบเหลืองไปด้วย พร้อมกับเป็นลูกฟรีคิกระยะ 17 หลา ชากิรี่ วิ่งมาซัด เองแต่บอลก็ไปติดกำแพงก่อนจะโดนเคลียร์ออกไปได้

จบเกมส์ อาร์เจนติน่า เอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ ไปได้ 1-0 ส่งผลให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้สำเร็จ โดยโปรแกรมบอลนัดต่อไปจะเข้าไปพบกับ เบลเยียม ในวันเสาร์ที่จะ ถึงนี้



รายชื่อผู้เล่น ทีมชาติอาร์เจนติน่า (4-3-3) :
เซร์จิโอ โรเมโร่ - ปาโบล ซาบาเลต้า, เฟเดริโก เฟร์นานเดซ, เอเซเกล การาย, มาร์กอส โรโย่ (โฮเซ่ บาซานต้า น.105) - เฟร์นันโด กาโก้ (ลูคัส บีย่า น.106), ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, อังเคล ดิ มาเรีย - เอเซเกล ลาเวซซี่ (โรดริโก้ ปาลาซิโอ น.74), ลิโอเนล เมสซี่, กอนซาโล่ อิวาอิน
ผู้เล่นสำรอง
อากุสติน โอริออน - มาเรียโน่ อันดูฆาร์ - อูโก้ กัมปันยาโร่ - มาร์ติน เดมิเคลิส - เอ็นโซ่ เปเรซ - มักซี่ โรดริเกซ - อากุสโต้ เฟร์นานเดซ - ริคคาร์โด้ อัลวาเรซ - เซร์จิโอ อเกวโร่

รายชื่อผู้เล่น ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ (4-2-3-1) :
ดิเอโก้ เบนาโย่ - สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์, โยอัน ฌูรู, ฟาเบียน ชาร์, ริคาร์โด้ โรดริ เกซ - วาลอน เบห์รามี่, โกคาน อินแลร์ - เซอร์ดาน ชากิรี่, กรานิต ชาก้า (เกลสัน แฟร์นองเดส น.65), อัดเมียร์ เมห์เมดี้ (เบลริม เซไมลี่ น.113) - โจซิป เดอร์มิค (ฮาริส เซเฟโรวิช น.82)
ผู้เล่นสำรอง
ยานน์ ซอมเมอร์ - โรมัน บูร์กี้ - เรโต้ ซีกเลอร์ - ฟิลิปป์ เซนเดอรอส - มิเชล แลง - ทรานควิโล่ บาร์เน็ตต้า - วาเลนติน สต็อคเกอร์